คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

หนุ่มจีนคลั่งห้อยหัวจะตายในท่าหกสูง

กระโดด

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เกิดเหตุชายหนุ่มผู้ป่วยโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เกิดอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุพยายามฆ่าตัวตายด้วยวิธีกระโดดลงมาจากอาคารผู้ป่วย โดยที่เขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า แต่ขาของเขาติดอยู่ลูกกรง ทำให้ร่างห้อยกลับหัวอยู่อย่างน่าหวาดเสียว

ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวานนี้ (2 ก.ค.) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองดองกวน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ต้องวิ่งวุ่นชุลมุนเพื่อช่วยเหลือและเกลี้ยกล่อม คนไข้ชายคนหนึ่ง ไม่สวมใส่เสื้อผ้า พยายามก่อเหตุกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ร่างห้อยหัวอยู่ระหว่างชั้น 5 และ 6 ของอาคาร

ญาติๆ ของชายคนดังกล่าว รวมทั้งหมอและพยาบาลต่างเข้าไปช่วยเกลี้ยกล่อมให้ชายคนดังกล่าวมีสติและกลับเข้ามาภายในอาคาร โดยเจ้าหน้าที่สามารถคล้องเชือก 2-3 เส้น ผูกติดตัวกับร่างคนไข้เอาไว้ ขณะที่เขาปีนออกไปอยู่ขอบตัวอาคาร ด้านนอกลูกกรงตรงระเบียง

เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยมาถึง ต้องเร่งกางเบาะลมนิรภัยรองรับเอาไว้ด้านล่าง ปกป้องหากชายคนดังกล่าวพลัดตกลงมา คนไข้ชายร่างเปลือยคนดังกล่าวก็ยังคงคลุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจค่อยๆ ดึงตัวเขาขึ้นมา ก่อนจะช่วยเหลือได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลทราบว่า คนไข้ชายคนดังกล่าว อายุประมาณ 30 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง ได้มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากที่เขากับภรรยาแยกทางกัน ก็ทำให้เขามีปัญหาและความบกพร่องเกี่ยวกับภาวะทางอารมณ์ ขณะเกิดเหตุเขาได้หลบหนีออกมาจากวอร์ด โดยใช้มีดจี้ตัวเอง และพยายามกระโดดตึกตายดังกล่าว

กินกุ้งทะเลทั้งที ต้องกิน “กุ้งมังกร”

กินกุ้งทะเลทั้งที ต้องกิน “กุ้งมังกร”
กุ้งมังกรอร่อยสุด…สุดต้องมีเจ็ดสี
“บ้านอิสระ” ที่หัวหินเข้ามีให้ท้าพิสูจน์

สงกรานต์ที่ผ่านมา เชฟแดน  กับป้าช้อย ไปเปิบพิสดารที่ร้าน “บ้านอิสระ” ถนนแนบเคหาสน์ เมืองหัวหิน ไปได้เปิบ…ไปได้กินเมนูอร่อยพิสดาร นาน…นานจะได้เปิบกันทีเปิบแล้วติดอกติดใจ ก็ต้องมาเขียนเล่ารายงานเผื่อถ้าท่านผ่านไปหัวหิน อยากแนะนำให้คุณไปกิน เพราะเมนูกุ้งมังกรบางทีมีเงินก็หากินไม่ได้…จริง…จริงครับก่อนที่จะเอามากินกัน ป้าช้อยแกเล่าว่าบรรดากุ้งทะเลด้วยกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกุ้งขาว กุ้งโอดะ กุ้งกุลาดำ หรือกุ้งม้าลาย หรือกุ้งง่าย…ง่ายอย่างแชบ๊วยกุ้งมังกรกร่อยที่ซู้ด!! ไม่ใช่อร่อยเพราะตัวใหญ่ ไม่ใช่อร่อยเพราะเนื้อหนากินแล้ว อู้ฟู้ปาก!!แล้วก็ไม่ใช่อร่อยเพราะหากินยาก
แต่กุ้งมังกรอร่อยม้าก…มาก ก็เพราะความเอร็ดอร่อยมีครบทั้งตัว…นี่ถ้าเปลือกกินได้ ผมก็เชื่อว่า…น่าจะอร่อย
กุ้ง-มังกรกินกุ้งมังกร 7 สี ที่ บ้านอิสระ หัวหิน/สันติ เศวตวิมล”กุ้งมังกรบิ๊กไซส์” ที่นี่คัดมาเฉพาะ หนักเป็นกิโลฯ ขึ้นไป เปิบให้สะใจผมมีประสบการณ์กิน “กุ้งมังกร” สมัยเด็ก..สิบปีที่ผ่านมาไวไวเด็กเขาฉกรรจ์ได้กินแชบ๊วยก็ว่าอร่อยแล้วแต่มีคนไปเอากุ้งมังกรมาจากภูเก็ต คนบางปลาสร้อย (ก็ชื่อเดิมของเมืองชล) ก็เลยได้รู้ว่า…กุ้งอร่อยที่สุดในทะเลก็คือกุ้งมังกรนี่ล่ะครับพอโตใหญ่ ทำรายการ “ท้าพิสูจน์”เมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา ได้กินกุ้งมังกรอีกครั้งตอนไปถ่ายทำที่เกาะปันหยี เมืองกระบี่ ถึงได้รู้ถึงความอร่อยพิสดารมากกว่านั้นชาวเลที่นั่นกรีดเนื้อกุ้งมังกรเอามาใส่กับน้ำสไปท์ที่แช่เย็นเจี๊ยบ เผลอแผล็บเดียว กุ้งมังกรที่เป็นสีฟ้าอ่อน…อ่อน ผสมกับน้ำสไปท์หรือเซเว่นอัพก็ได้ กลายเป็นวุ้นเป็นเยลลี่ เทเข้าปากไหลลงคอหวานสนิทติดลิ้น…ชาวลาเขาว่ากินแล้ว ปึ๋ง…ปั๋ง!!

ส่วนเนื้อกุ้งหนา…หนา นุ่ม…นุ่ม เขาไปนึ่งจิ้มพริก มะนาว น้ำปลา กระเทียม อร่อยอย่างที่ป้าช้อยแกเคยตีสำนวนไว้ว่า…อร่อยไร้เทียมทาน…ประสบการณ์เรื่องกุ้งมังกรของผมยังมีตามประสาหลานแม่ช้อย
มีเพื่อนเป็นชาวญี่ปุ่นและก็ชอบกินกุ้งมังกรเหมือนกัน พวกก็แนะนำให้ผมกินแบบเนื้อดิบ…ดิบ แบบที่เรียกว่าซาซามิแร่เนื้อกุ้งมังกรบาง…บาง แช่น้ำแข็งให้เนื้อแข็งสดแบบปลาดิบ แล้วเอาตะเกียบจิ้มกับซีอิ๊วญี่ปุ่นผสมวาซาบิ หรือมัสตาร์ดเขียวของญี่ปุ่น คลุกเคล้ากันดีแล้วใส่ปาก ตามด้วยก้านกึ้นช่าย แล้วหัวไชเท้าซอยฝอย…ฝอย โอ๊ย!! อร่อยเหาะไปเลยละครับแต่เพื่อนฝรั่งบอกว่า ถ้าจะกินอร่อยแบบตะวันตกต้องเอาไปเผา เอาเนย เกลือ กระเทียมโรยหน้า แล้วอย่าลืมใส่ไวน์เติมลงไปด้วย โอมายก๊อดพระเจ้าจอร์ช กล้วยแขกทอดไปเลยครับ…

สูตรการทำ สเต็กเนื้อซอสพริกไทยดำ ระดับเทพ

แจกฟรีกันไปเลย 9 วิธีทำสเต๊ก เมนูอาหารฝรั่งสูตรโฮมเมด เหมาะสำหรับคนอยากเปิดร้านสเต๊กราคาถูกต้นทุนต่ำที่น่าสนใจ ทุนไม่หาย กำไรงาม จดสูตรเปิดร้านได้เลยตอนนี้

สเต็ก-เนื้อ

เร่เข้ามาสำหรับคนอยากมีกิจการเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ขอฝากร้านสเต๊กราคาถูกเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนอยากเริ่มต้นธุรกิจ SMEs ไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์ แค่มีเงินเก็บเพียงก้อนเดียวก็เปิดร้านได้แล้ว ในเมื่ออยากเปิดร้านสเต๊กก็ต้องมีสูตรสเต๊กไว้ในครอบครองกัน วันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 9 วิธีทำสเต๊กสูตรโฮมเมด มีให้เลือกหลากหลายเมนู ต้นทุนต่ำ กำไรเกินครึ่ง รสชาติอร่อยถูกปากทุกเพศทุกวัย แถมหน้าตาดีเหมือนร้านดังอีกด้วยนะจ๊ะ

ก่อนที่เราจะดูสูตรสเต๊กเด็ด ๆ กระปุกดอทคอมก็ยังมีเคล็ดลับย่างสเต็กให้อร่อยตามแบบที่ต้องการมาฝากกันก่อน เป็น 3 วิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งที่ร้านอาหารและในครัวของคุณเองตามนี้เลยค่า

1. ละลายน้ำแข็งก่อนนำเนื้อไปย่าง

ก่อนอื่นควรเลือกเนื้อสเต๊กที่มีความหนาของชิ้นเนื้อเท่ากันทั้งชิ้น ถ้าเป็นเนื้อแช่แข็ง ก่อนที่จะนำไปย่าง ควรจะนำออกจากตู้เย็นแล้ววางทิ้งเอาไว้ในห้องอุณหภูมิปกติจนกระทั่งน้ำแข็งละลายหมด หรือน้ำแข็งระเหยออกจากเนื้อสเต๊กหมดแล้วก่อนจะนำไปปรุงอาหารต่อไป

2. เตรียมเตาย่างโดยใช้ไฟปานกลาง

ในระหว่างที่คุณกำลังรอให้น้ำแข็งละลายออกจากเนื้อ ให้คุณนำกระทะหรือเตาสำหรับปิ้งย่างมาตั้งไฟปานกลาง และเมื่อน้ำแข็งระเหยออกจากชิ้นเนื้อจนหมดแล้ว ให้นำน้ำมันมะกอกมาทาให้ทั่วชิ้นเนื้อสเต๊ก แต่ทั้งนี้ไม่ควรจะทาน้ำมันมะกอกมากจนเกินไป เพราะส่งผลให้ต้องใช้เวลาในการปิ้งย่างนานยิ่งขึ้น

3. รอให้น้ำซึมออกมาก่อนจะพลิกชิ้นเนื้อสเต๊ก

ในขณะที่เรากำลังย่างเนื้อสเต๊กอยู่นั้น หากต้องการสเต๊กสุกปานกลาง ควรย่างจนกว่าน้ำในเนื้อสเต๊กซึมออกมาบนผิวเนื้อก่อน จากนั้นจึงค่อยพลิกเนื้อสเต๊กเพื่อทำการย่างอีกด้านหนึ่ง แล้วรอจนกระทั่งน้ำซึมออกมาจากเนื้อเช่นเดียวกัน จากนั้นก็ให้ยกเนื้อขึ้นจากเตา ห่อเนื้อด้วยกระดาษอะลูมิเนียมฟอยล์แบบหลวม ๆ เสร็จแล้ววางทิ้งไว้ประมาณ 2-4 นาที เพื่อรอให้ด้านข้างสุกและน้ำที่ซึมออกมาถูกดูดซับกลับเข้าไป เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สเต๊กแบบฉ่ำน้ำ ที่ทั้งนุ่มและอร่อยแล้ว

หมายเหตุ : สำหรับคนที่ต้องการย่างเนื้อสเต๊กด้วยเตาอบ ในระหว่างที่คุณรอให้น้ำแข็งละลายออกจากเนื้อ ก็อาจจะลองหยิบคู่มือการใช้เตาอบมาทบทวนความทรงจำกันอีกสักครั้งว่า ต้องใช้อุณหภูมิเท่าใดจึงจะเหมาะสมสำหรับการปิ้งย่างเนื้อวัวให้ได้ระดับความสุกในแบบที่คุณต้องการ

กัมมัฏฐาน ๒ อย่างคืออะไรไปคึกษากัน

อธิบาย : กัมมัฏฐานเนื่องด้วยบริกรรม อันเป็นอุบายทำใจให้สงบ ไม่เกี่ยวกับปัญญา จัดเป็นสมถกัมมัฏฐาน. กัมมัฏฐานเนื่องด้วยทัศนะทางใจในคติของธรรมดา ปรารภสภาวธรรมและสามัญญลักษณะ จัดเป็นวิปัสสนากัมมัฏฐาน ภาวนา ๒ ก็เรียกสมา-ธิ

๑. สมภกัมมัฏฐาน กรรมฐานเนื่องด้วยบริกรรม ไม่เน้นหนักในด้านการใช้ปัญญา เป็นกรรมฐานเครื่องยังใจให้สงบจากนิวรณ์ธรรมทั้ง ๕ ประการ สิ่งเหล่านี้เรียกว่าสนิมใจ กั้นจิตบุคคลไว้ไม่ให้บรรลุความดี กรรมฐานที่เป็นอุบายวิธีกระทำใจของบุคคลให้สงบ เช่น ตั้วสติ ระลึกดูที่ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก หรืออาจจะภาวนาบทว่า พุทโธ โดยหายใจเข้า พุท หายใจออก โธ ถ้าจิตของบุคคลนั้นสามารถสงบอยู่กับอารมณ์ที่ตนระลึกได้ ในยามนั้นนิวณ์ธรรม ๕ ประการ ข้อใดข้อหนึ่งได้สงบไปจากจิต การปฏิบัติโดยวิธีนี้จึงชื่อว่า เป็น สมถกัมมัฏบาน

๒.. สมภกัมมัฏฐาน กรรมฐานเป็นอุบายเรืองปัญญา เป็นการสอนให้บุคคลใช้ปัญญาเพ่งดูสิ่งที่เราเรียกว่า ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เพื่อให้เกิดปัญญาชั้นสูง เห็นจริงตามสภาพความเป็นจริงของสิ่งนั้นๆ เช่น พิจารณาพระไตรลักษณ์เป็นต้น กรรมฐานทั้ง ๒ ประการนี้ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า แม้บุคคลกระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เป็นไปเพื่อความรู้ดี เป็นไปเพื่อความดับ กรรมฐานทั้ง ๒ ประการก็คือหลักของจิตตสิกขา และปัญญาสิกขา ในทางพระพุทธศาสนา นั่นเอง

พบซากฟอสซิลหอยแครง โผล่สระน้ำคาดอายุ75ล้านปี

สาวกระบี่อึ้ง!พบซากฟอสซิลหอยแครง ลึกใต้ดิน 10 เมตร โผล่สระน้ำแปลงปลูกผัก ทั้งที่พื้นที่อยู่ห่างจากทะเล กว่า 100 กม. คาดอายุเท่ากับสุสานหอย 75ล้านปี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่  หอย-ล้านปีเมื่วันที่ 10 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านขุดสระน้ำ เจอซากฟอสซิลหอยจำนวนมาก ในพื้นที่ หมู่10 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เดินทางไปตรวจสอบพบสระน้ำกว้างประมาณ15 เมตร ยาวประมาณ 50 เมตร อยู่บริเวณแปลงปลูกผักใต้สายไฟฟ้าแรงสูงของ นางสาวสุนิสา ไหมจันทร์ อายุ 27 ปี อยู่ที่ 89 หมู่8 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม พบตามขอบสระมีกองดินกองเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก และจากการสังเกตภายในก้อนดินมีซากของเปลือกหอยแครงจับตัวกันแน่นกลายเป็นถ่านหิน

นางสาวสุนิสา กล่าวว่า ได้เข้ามาทำแปลงปลูกผักที่บริเวณดังกล่าวเมื่อประมาณ1 เดือนที่ผ่านมา พอปลูกผักมากขึ้น น้ำใช้รดผักไม่เพียงพอประกอบกับในปีนี้เกิดภาวะแล้งหนักติดต่อกันหลายเดือน จึงได้ว่าจ้างรถแมคโฮมาทำการขุดสระแต่พอขุดได้ประมาณ 10 เมตร ก็พบกับแผ่นหินลักษณะแปลกๆ จึงไม่สามรถขุดต่อได้ และเมื่อสังเกตดูอย่างละเอียด ก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าหินที่ขุดเจอเป็นฟอสซิลหอยคล้ายกับหอยแครงทะเล ทั้งที่พื้นแห่งนี้อยู่ห่างจากทะเลเป็นร้อยกิโลเมตร
 
นางสาวสุนิสา กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้คงจะเคยเป็นทะเลมาก่อน เมื่อหลายสิบล้านปี และต่อมาทะเลได้แห้งกลายเป็นพื้นดิน ทำให้หอยที่อยู่ในทะเลทับถมกันนานจึงกลายเป็นฟอสซิลหอย เหมือนกับหลายๆ ที่ ที่มีการค้นพบโดยเฉพาะสุสานหอย 75 ล้านปี ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังของจังหวัดกระบี่ มีอายุราว 75 ล้านปี ซึ่งตรงนี้ตนก็คาดว่าคงจะมีอายุใกล้เคียงกันซึ่งหลังจากนี้ก็จะแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้าน ทราบเพื่อนำเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจและพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ต่อไป.

bodyslamกว่าจะมาถึงวันนี้

ช่วงแรกของวง (2539–2541)
ดูบทความหลักที่: ละอ่อน
บอดี้สแลมเริ่มต้นด้วยวง ละอ่อน ในปี พ.ศ. 2539 วงได้ชนะการประกวดวงดนตรี Hot Wave Music Award และได้ออกจำหน่ายอัลบั้มกับค่ายมิวสิก บั๊กส์ ในชื่อ ละอ่อน ในปี พ.ศ. 2540 ด้วยแนวเพลงป็อปร็อก เพลงหนึ่งในอัลบั้ม “ได้หรือเปล่า” เป็นเพลงที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของวง ต่อมา ตูน กับ เภา ออกจากวงไป และได้ปั้น(Basher) มาร้องนำ ได้ออกอัลบั้มชุดที่สอง เทพนิยายนายเสนาะ ในปี พ.ศ. 2541 แต่หลังจากนั้นวงก็ได้แยกย้ายกันไปเรียนต่อ

IMG_23_resize

อัลบั้ม บอดี้สแลม และ ไดรฟ์ (2545–2547)
วงกลับมาอีกครั้งประมาณปี พ.ศ. 2545 ด้วยชื่อใหม่ บอดี้สแลม ซึ่งมีเปลี่ยนแนวเพลงไปเป็นร็อกที่หนักหน่วงมากขึ้น ด้วยสมาชิกเพียงสามคนที่เหลืออยู่ ได้แก่ นักร้องนำ ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย มือเบส ปิ๊ด ธนดล ช้างเสวก และมือกีตาร์ เภา รัฐพล พรรณเชษฐ์ วงอธิบายว่า ที่มาของชื่อนี้มาจากชื่อท่าหนึ่งของมวยปล้ำ แต่ถ้าแปลความหมายตรงตัว บอดี้ แปลว่าร่างกาย สแลม คือการทุ่ม เมื่อมารวมกันเป็น บอดี้สแลม ก็จะหมายถึง การทุ่มสุดตัว คือการทำงานเพลงกันเต็มที่แบบทุ่มสุดตัว วงได้ออกจำหน่ายอัลบั้มชุดแรกของวงชื่อว่า บอดี้สแลม ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545 และได้ประสบความสำเร็จ โดยมีเพลงฮิตอย่าง “งมงาย” “ย้ำ” และ “สักวันฉันจะดีพอ”

ต่อมาได้ออกจำหน่ายอัลบั้มชุดที่สอง ไดร์ฟ (Drive) ในปี พ.ศ. 2546 เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จเท่ากันกับอัลบั้มชุดแรก โดยมีเพลงฮิตอย่าง “ปลายทาง” “ความซื่อสัตย์” “ชีวิตที่ฉันเหลืออยู่” และ “หวั่นไหว” และได้ชนะรางวัลมิวสิกวิดีโอในสาขา “กลุ่มศิลปินที่เป็นที่ชื่นชอบ” ในมิวสิกวิดีโอของเพลง “ปลายทาง” ในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2547 บอดี้สแลมได้ออกคอนเสิร์ต HOTWAVE LIVE: BODYSLAM MAXIMUM LIVE จัด ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่ทาง 91.5 Hot Wave จัดให้โดยเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของวง โดยมีศิลปินรับเชิญคือ ปู แบล็คเฮด, อ๊อฟ บิ๊กแอส, และป๊อด โมเดิร์นด็อก

อัลบั้ม บีลีฟ (2548–2549)
หลังจากอัลบั้มที่สอง บอดี้สแลมได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย วงได้ออกจากค่ายมิวสิก บั๊กส์และได้เซ็นสัญญากับจีนี่เรคคอร์ดส ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ค่ายเพลงใหญ่ของประเทศไทย ต่อมามือกีตาร์ของวง เภา รัฐพล พรรณเชษฐ์ ได้ออกจากวงบอดี้สแลม และออกอัลบั้มเดี่ยวในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ในอัลบั้มชื่อ Present Perfect สังกัดค่ายสนามหลวง ทำให้บอดี้สแลมเหลือสมาชิกวงอยู่ 4 คน และได้คว้าตัวมือกีตาร์คนใหม่ คือ ยอด ธนชัย ตันตระกูล และออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่สามของวง บีลีฟ (Believe) ในปี พ.ศ. 2548 โดยทางวงประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเพลงฮิตอย่าง “ขอบฟ้า” “ห้ามใจ” “ความรักทำให้คนตาบอด” “พูดในใจ” “รักก็เป็นอย่างนี้” “ชีวิตเป็นของเรา” “คนที่ถูกรัก” และ “ความเชื่อ” ซึ่งเพลงนี้ต่อมาได้กลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ประจำวงบอดี้แสลม

ในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 บอดี้สแลมได้ออกคอนเสิร์ตวันคุ้มครองโลกในชื่อ บอดี้สแลมบิลีฟคอนเสิร์ต ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี โดยมีแขกรับเชิญ 2 คน คือ บอย พีซเมกเกอร์ และเภา รัฐพล พรรณเชษฐ์ อดีตมือกีตาร์ของวง ในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ได้ออกคอนเสิร์ตบิ๊กบอดี้ (Big Body) ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี โดยจัดร่วมกับวงบิ๊กแอส และได้แสดงร่วมกับวงบิ๊กแอสอีกครั้งในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2549 ในคอนเสิร์ตเอ็มร้อยห้าสิบ สุดชีวิตคนไทย ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี และยังได้แสดงร่วมกับ โปเตโต้, เสก โลโซ, ลานนา คัมมินส์, และ ไมค์ ภิรมย์พร

อัลบั้ม เซฟมายไลฟ์ (2550–2551)
ในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2550 บอดี้สแลมได้ออกจำหน่ายสตูดิโออัลบั้มชุดที่สี่ เซฟมายไลฟ์ (Save My life) มีเพลงฮิตอย่าง “แค่หลับตา” “นาฬิกาตาย” “อกหัก” “เสี้ยววินาที” “คนมีตังค์” และ “ยาพิษ” ทางวงเองได้ออกคอนเสิร์ตใหญ่ในกรุงเทพในต้นเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ในวันที่ 20 – 21 ตุลาคม พ.ศ. 2550 บอดี้สแลมได้ออกคอนเสิร์ตบอดี้สแลมเซฟมายไลฟ์ ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยมีแขกรับเชิญ ได้แก่ โก้ มิสเตอร์ แซกแมน (Koh Mr.Saxman) ร่วมแสดงในเพลง “นาฬิกาตาย”, ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ร่วมแสดงในเพลง “ความเชื่อ” “แม่”, ปนัดดา เรืองวุฒิ ร่วมแสดงในเพลง “แค่หลับตา”, แอ๊ด คาราบาว ร่วมแสดงในเพลง “ความเชื่อ” “รักต้องสู้”, และทีมเชียร์ลีดเดอร์จากมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมแสดงในเพลง “ท่านผู้ชม”

ความสำเร็จจากอัลบั้มใหม่ทำให้วงมีแฟนคลับขนาดใหญ่ขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย อัลบั้มเซฟมายไลฟ์ ได้ชนะในสีสันอะวอร์ด ครั้งที่ 20 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 สาขาศิลปินกลุ่มร็อกยอดเยี่ยม อัลบั้มร็อกยอดเยี่ยม และเพลงร็อกยอดเยี่ยม สำหรับเพลง “ยาพิษ” และได้ออกคอนเสิร์ตในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ในชื่อคอนเสิร์ต EVERY BODYSLAM CONCERT ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี โดยมีศิลปินรับเชิญ ได้แก่ ฟักแฟง โน มอร์ เทียร์-ไปรยา มลาศรี ในเพลง “แค่หลับตา” และบุดด้าเบลส
อัลบั้ม คราม (2552–2555)
ซิงเกิล “คราม” ออกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2552 พร้อมกับสตูดิโออัลบั้มชุดที่ห้าของวง คราม ออกจำหน่ายในกลางปี พ.ศ. 2553 (หลังจากเลื่อนไปเป็นมิถุนายน พ.ศ. 2553 จากการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553) อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตอย่าง “คราม” “คิดฮอด” “โทน” “แสงสุดท้าย” “ทางกลับบ้าน” “ความรัก” “สติ๊กเกอร์” “เงา” “ปล่อย” และ “เปราะบาง” วงได้ออกแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ที่เรียกว่า บอดี้สแลมไลฟ์อินคราม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ด้วยผู้ชมมากกว่า 65,000 คน โดยมีศิลปินรับเชิญ ได้แก่ ศิริพร อำไพพงษ์ ในเพลง “คิดฮอด”, อุ๋ย บุดด้าเบลส และฟักกลิ้ง ฮีโร่ ในเพลง “สติ๊กเกอร์”, และวงบิ๊กแอส และได้สำเร็จทัวร์ในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554 ด้วยคอนเสิร์ต บอดี้สแลมไลฟ์อินลาว : เวิลด์ทัวร์ ที่สนามกีฬาแห่งชาติลาว และในปี พ.ศ. 2555 ได้จัดคอนเสิร์ตบอดี้สแลมนั่งเล่น ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 1 (Impact Exhibition Hall 1) ในวันที่ 10 – 12 กุมภาพันธ์

อัลบั้ม ดัม-มะ-ชา-ติ (2556–ปัจจุบัน)
สตูดิโออัลบั้มชุดที่หกของวง ดัม-มะ-ชา-ติ (dharmajāti) ในภาษาสันสกฤตหมายถึง “ธรรมชาติ” โดยอัลบั้มนี้จะเน้นไปทางเกี่ยวกับชีวิตและมีแนวเพลงไปทางโพรเกรสซิฟร็อก ออกจำหน่ายในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557 มีเพลงดังอย่าง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” “ปลิดปลิว” “ดัม-มะ-ชา-ติ” “รักอยู่ข้างเธอ” “ชีวิตยังคงสวยงาม” และ “คิดถึง” และมีกำหนดการออกคอนเสิร์ตบอดี้สแลม ปรากฏการณ์ ดัม-มะ-ชา-ติ โดยเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของวง เพื่อสนับสนุนอัลบั้ม โดยเริ่มแสดงตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557 – 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 และเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ยุทธนา บุญอ้อม ได้ประกาศยกเลิกทัวร์ บอดี้สแลม ปรากฏการณ์ ดัม-มะ-ชา-ติ ที่เหลือทั้งหมด โดยจัดที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดสุดท้าย

ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 วงบอดี้แสลมจัดคอนเสิร์ต คอนเสิร์ตบอดี้สแลมสิบสาม เพื่อครบรอบ 13 ปีของทางวง ที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี โดยมีศิลปินรับเชิญ ได้แก่ อัญชลี จงคดีกิจ ร่วมแสดงในเพลง “รักอยู่ข้างเธอ” และ “แค่หลับตา”, วงโมเดิร์นด็อก ร่วมแสดงในเพลง “ปล่อย” “คนที่ถูกรัก” และ “ตาสว่าง”, วงลาบานูน ร่วมแสดงในเพลง “ตาสว่าง” “ยาม” และ “ปลิดปลิว”, อ๊อฟ-กบ-หมู จากวงบิ๊กแอส ร่วมแสดงในเพลง “งมงาย” “ความรักทำให้คนตาบอด” “ย้ำ” และ “อย่างน้อย”, ศิริพร อำไพพงษ์ ร่วมแสดงในเพลง “คิดฮอด”, รัฐพล พรรณเชษฐ์ ร่วมแสดงในเพลง “สักวันฉันจะดีพอ” และเพลง “บอดี้สแลม”, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และอุ๋ย บุดด้า เบลส ร่วมแสดงในเพลง “สติ๊กเตอร์”

วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ทางวงได้เผยแพร่เพลงใหม่ “เวลาเท่านั้น”

งูอนาคอนดางูยักษ์

งูอนาคอนดา หรือ งูโบอาน้ำ (อังกฤษ: Anaconda, Water Boa) เป็นชื่อสามัญและสกุลของงูขนาดใหญ่ 4 ชนิดที่อยู่ในวงศ์ย่อย Boinae ในวงศ์ใหญ่ Boidae ใช้ชื่อสกุลว่า Eunectes

อาศัยอยู่ในหนอง บึง และแม่น้ำในป่าดิบชื้นในทวีปอเมริกาใต้และเกาะตรินิแดด
โดยรวมแล้วงูอนาคอนดาที่มีหัวขนาดใหญ่และลำคอหนา ตาและรูจมูกอยู่ที่ส่วนบนของหัว ทำให้สามารถหายใจและมองเห็นเหยื่อในขณะที่อยู่ใต้น้ำได้ ฆ่าเหยื่อโดยใช้ลำตัวบีบรัด เป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่ยังมีฟันและขากรรไกรที่แข็งแรงที่ใช้กัดเหยื่อ โดยจะคาบเหยื่อแล้วลากลงไปในน้ำเพื่อให้เหยื่อจมน้ำตาย

sucuri-verde-eunectes-murinus_zps6e42efc3

ด้วยความที่มีน้ำหนักมากทำให้เมื่ออยู่บนบกงูอนาคอนดาจะเคลื่อนไหวได้ช้าและงุ่มง่ามมาก แต่จะเคลื่อนไหวได้ดีและรวดเร็วผิดกับรูปร่างเมื่ออยู่ในน้ำ ในบางครั้งอาจลอยตัวนิ่ง ๆ อยู่บนผิวน้ำปล่อยให้กระแสน้ำพัดไป

โดยปกติแล้ว จะกินสัตว์จำพวกหนูขนาดใหญ่ เช่น คาปรีบารา รวมถึงสัตว์ขนาดใหญ่อย่างอื่น เช่น สมเสร็จ, กวาง, หมูป่า, ปลา, เต่า, นก, แกะ, สุนัข และสัตว์เลื้อยคลานในน้ำอย่าง จระเข้ไคแมน ส่วนตัวที่ยังไม่โตเต็มที่จะกินหนูขนาดเล็ก, ลูกไก่, กบ และปลา โดยการใช้อวัยวะรับรู้คลื่นความร้อนหรืออินฟราเรดที่เป็นแอ่งบริเวณหน้าผากตรวจจับ โดยสัญชาตญาณแล้ว เมื่องูอนาคอนดาพบมนุษย์จะหนีไป การตายของมนุษย์ที่เกิดจากงูอนาคอนดาจึงเกิดขึ้นได้ยาก แม้จะเป็นงูขนาดใหญ่และอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่กระนั้นงูอนาคอนดาขนาดเล็กหรือตัวที่อ่อนแอหรือบาดเจ็บก็จะตกเป็นเหยื่อของสัตว์กินเนื้ออย่างอื่นได้ง่าย เช่น เสือจากัวร์, จระเข้ไคแมน, งูอนาคอนดาด้วยกัน หรือ ปลาปิรันยา

งูอนาคอนดาทุกชนิดขยายพันธุ์ด้วยการออกลูกเป็นตัว ครั้งละประมาณ 20-40 ตัว หรือมากกว่านั้น เป็นงูที่นิยมเลี้ยงกันในสวนสัตว์เพื่อการศึกษา และเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัว

การสักทุกวันนี้เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น

เริ่มต้นจากที่กรีก การสักเป็นการทำสัญลักษณ์เฉพาะใบหน้าของทาส และ อาชญากร ต่อมาการสักเริ่มแพร่หลายในทวีปยุโรป ต่อมาประมาณ ค.ศ. 787 การสักบนใบหน้าถือเป็นการลบหลู่ต่อพระผู้เป็นเจ้า

ในประเทศไทย การสัก หรือ สักเลกนั้นเป็นการทำเครื่องหมายที่ข้อมือ เพื่อแสดงการขึ้นทะเบียนเป็นไพร่หลวงที่มีสังกัดกรมกอง แต่ถูกยกเลิกไปในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนที่หน้าผาก หรือการสักท้องแขนใช้กับผู้ต้องโทษจำคุก แต่ยกเลิกในปี พ.ศ. 2475 รวมทั้งการสักยันต์เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังตามความเชื่อ

ยากุซ่า

ในญี่ปุ่น การสักเรียกว่า Irezumi ซึ่งมีความหมายว่าการเติมหมึก คาดว่าเริ่มปรากฏในประมาณศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 8 การสักจะประทับตาคนกลุ่มต่างๆ เพื่อแบ่งแยกเช่น เพชฌฆาต สัปเหร่อ อาชญากร จนกระทั่งเริ่มมีการสักแบบ Horibari ที่มักจะสักลวดลายต่างๆทั่วร่างกาย และเริ่มแพร่หลายในปี ค.ศ. 1750 โดยนิยมมากในหมู่ Eta ซึ่งเป็นกลุ่มคมฐานะชั้นต่ำที่สุด ลวดลายต่างๆมักเป็นจิตรกรรมที่มีชื่อเสียง ตลอดจนเทพเจ้า ตามความเชื่อทางศาสนา และนิทานพื้นบ้าน
ประเภทของการสัก
แฟนตาซี สไตล์ – ผสมหลายรูปแบบ เป็นภาพในจินตนาการ เทพนิยาย
ทริบอล สไตล์ – เป็นลวดลาย เช่นเถาวัลย์ ใบไม้ หรือลายกราฟิก
ยุโรป สไตล์ – เป็นภาพเหมือนลงแสงเงา คล้ายกับภาพเหมือนบุคคล
เจแปน สไตล์ – มีลวดลายที่บ่งบอกความเป็นตะวันออก เช่น ปลาคาร์พ มังกร
เวิร์ด สไตล์ – มีตัวอักษรที่มีความหมาย หรือไม่มีความหมายก็ได้ บางทีก็อ่านไม่รู้เรื่องเช่นงานแนวแอมบิแกรม
ไกเกอร์ สไตล์ – ลวดลายนามธรรม รวมถึงเฉพาะกลุ่มเช่นฮิปฮอป
พังค์ สไตล์ – ลายสักไม่เน้นสีสัน ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำ
ฮาร์ดคอร์ สไตล์ – ใกล้เคียงกับ พังค์ สไตล์แต่จะมีความเหมือนจริงมากกว่า
อินดี้ สไตล์ – ไม่มีแนวทางชัดเจน ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัว

เตรียมชมดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุด ในรอบ 11 ปี

ดาว-อังคาร

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผย วันที่ 22-31 พฤษภาคมนี้ เตรียมชมดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุด ในรอบ 11 ปี สามารถดูได้ตาเปล่า และหากดูผ่านกล้องสามารถเห็นผิวดาวอังคารชัดเจน

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ในวันที่ 22-31 พฤษภาคมนี้ จะสามารถมองเห็นดาวอังคารได้ชัดเจนมากที่สุดในรอบ 11 ปี เนื่องจากดาวอังคารจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ที่ระยะห่าง 76.31 ล้านกิโลเมตร และจะโคจรเข้าใกล้โลกเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ที่ระยะห่าง 75.28 ล้านกิโลเมตร

เตรียมชม ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปี 22-31 พ.ค.นี้

โดยในช่วงเวลาดังกล่าวดาวอังคารจะโผล่พ้นจากขอบฟ้าเวลา 18.02 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในกลุ่มดาวแมงป่อง สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กก็จะสามารถมองเห็นรายละเอียดบนพื้นผิวดาวอังคารได้ และดาวอังคารจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดครั้งต่อไปในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561

อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้เตรียมตั้งกล้องสังเกตการณ์หลักไว้ 4 จุด ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ดังนี้