คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

กรมการขนส่งฯ เตือนมอเตอร์ไซค์ติดโครงหลังคาผิดกฎหมาย!!

กรมการขนส่งฯ เตือนมอเตอร์ไซค์ติดโครงหลังคาผิดกฎหมาย!!

w644

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยมอเตอร์ไซค์ติดโครงหลังคาผิดกฎหมาย โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท

หลังเกิดเทรนด์ใหม่สำหรับหลังคากันฝนรถจักรยานยนต์ ที่คนพะเยากำลังฮิตมากๆ โดยเป็นสินค้าชนิดนี้นำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งตอนนี้ขายดีมากในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เพราะสามารถกันฝนได้ดีกว่าร่ม แถมยังปลอดภัย ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 450-550 บาท ต่อชุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่ากรณีดังกล่าวถือเป็นดำเนินการที่ผิดพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เพราะถือเป็นการ ต่อเติม ดัดแปลงตัวรถ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียน รวมทั้งยังไม่ได้ขออนุญาตดัดแปลง จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท

สำหรับเรื่องการพิจารณาโครงสร้างหลังคาดังกล่าว รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกระบุว่าทางขนส่งฯ จะไม่พิจารณาคำขอเนื่องจากการจะติดตั้งหรือต่อเติมอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติมในตัวรถ อุปกรณ์นั้นจะต้องมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้คำรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

สุดเจ๋ง! ลุงจบ ป.7 ประดิษฐ์รถตีนตะขาบ ใช้บรรทุกพืชผลทางการเกษตร

สุดเจ๋ง! ลุงจบ ป.7 ประดิษฐ์รถตีนตะขาบ ใช้บรรทุกพืชผลทางการเกษตร

799652-01ลุงจบ ป.7 ประดิษฐ์ “รถตีนตะขาบ” โดยประกอบขึ้นจากวัสดุเหลือใช้และหาได้ในท้องถิ่น สร้างงานสร้างรายได้

ร้านปะยางรถยนต์ เลขที่ 38 ม.1 ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายพรเลิศ นาเวศน์ อายุ 57 ปี ได้ทดลองขับรถตีนตะขาบ ที่ประกอบขึ้นจากวัสดุเหลือใช้และหาได้ในท้องถิ่น เพื่อทำเป็นต้นแบบรถบรรทุกสำหรับขนถ่ายพืชผลทางเกษตรราคาถูกให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่ต้องซื้อรถกระบะบรรทุกแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

นายพรเลิศ เล่าว่า เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทุ่งมะพร้าว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสวนยาง สวนปาล์ม ประกอบกับ จ.พังงา เป็นจังหวัดที่มีฝนตกตลอดทั้งปี ทำให้พื้นดินภายในสวนเละเป็นโคลน รถยนต์ธรรมดาไม่สามารถขับเข้าไปนำผลผลิตออกมาภายนอกสวนได้ หากต้องซื้อรถกระบะบรรทุกแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็จะมีราคาที่สูงมาก จึงต้องใช้แรงงานคนทำให้เกิดการล่าช้าและไม่สะดวก

ซึ่งตนเองนั้นจบการศึกษาเพียง ป.7 แต่ได้คลุกคลีอยู่กับระบบขับเคลื่อนสายพานและเครื่องจักรตั้งแต่สมัยยุคเหมืองแร่ จึงได้เริ่มนำมาประยุคใช้ทำรถต้นแบบคันนี้ โดยใช้เวลา ถึง 3 ปี กว่าจะสามารถขับเคลื่อนไปหน้า ถอยหลัง และเลี้ยวซ้ายขวาได้อย่างอิสระ โดยใช้เครื่องยนต์เพียงตัวเดียว ใช้วิธีหมุนตีนตะขาบด้านซ้าย และ ขวา ให้ไปหน้าถอยหลังสลับกัน ในการเลี้ยวเหมือนกับรถแบคโฮที่มีมูลค้าหลายล้านบาท

สำหรับรถต้นแบบคันนี้ ใช้วัสดุเหลือใช้มาประกอบ จึงไม่มีความแข็งแรงคงทน และพบว่าระบบสายพานขับเคลื่อนยังมีอัตรารอบที่สูงเกินไปทำให้รถวิ่งเร็ว แต่ไม่มีแรง ซึ่งต่อไปนี้จะต้องทำการออกแบบระบบเกียร์ เพื่อทดกำลัง รวมถึงระบบตีนตะขาบให้แข็งแรงคงทน ก่อนจะทำกระบะสำหรับใส่พืชผลทางการเกษตร เป็นลำดับต่อไป

งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์”

งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์”

799588-01

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” ห่วงมือที่ 3 จ้องป่วน จ่อดำเนินคดีคนปลุกปั่น

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล/ตำรวจภูธรภาค1-7/ตำรวจสันติบาล /ตำรวจกองปราบปราม /ตำรวจสอบสวนกลาง /ตำรวจทางหลวง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ

ในวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่นัดพิพากษาตัดสินคดีดังกล่าวปลายเดือนสิงหาคมนี้

โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและจับตาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อขอให้มวลชนเดินทางมาให้กำลังใจในวันดังกล่าว ตลอดจนป้องกันกลุ่มมือที่สามที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เตรียมใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยวันพิจารณาตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยได้กำชับไปยังทุกพื้นที่ให้มีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของแกนนำและมวลชนในพื้นที่ต่างๆ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่ภาค 5 เริ่มมีแกนนำบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวจำนวน 1-2 คน ลักษณะเชิญชวนมวลชน โดยเตรียมพิจารณาดำเนินคดีตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น พร้อมกับชับให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เฝ้าระวังการใช้เทคโนโลยีในการเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชน

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าตำวจไม่มีการสกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาในวันดังกล่าว แต่จะอำนวยความสะดวกในด้านการจราจร และป้องกันการกระทำผิดกฏหมายหากพบมีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดคำสั่ง คสช.ก็จะดำเนินคดีทันที

ส่วนการเข้าไปพูดคุยกับแกนนำในพื้นที่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง ในส่วนของการใช้กำลังในการดูแลความปลอดภัยนั้น เบื้องต้นใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนของตำรวจนครบาลเป็นหลัก แต่หากประเมินแล้วไม่เพียงพอจะพิจารณาขอกำลังในพื้นที่อื่นมาเสริม

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความกังวลและเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 ที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ จึงได้เรียกประชุมเพื่อวางแผน

ตำรวจรวบผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมาย 18 คดี

ตำรวจรวบผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมาย 18 คดี

799580-02

ตำรวจ รวบผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมายรวม 18 คดี ที่ จ.ปทุมธานี พบทำตัวเป็นคนมีสี

พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.กก.6บก.ป พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้เข้าจับกุมนายวันชัย อายุ 37 ปี ตามหมายจับผู้ต้องหาคดีหลอกลวงและฉ้อโกง โดยมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่กองปราบปรามเป็นจำนวนมาก มีมูลค่าทรัพย์สินที่เสียไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

และจากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 40/963 ภายในหมู่บ้านพฤกษาบี ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายวันชัย เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเรต ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ซึ่งนายวันชัย ได้พาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในห้องนอน เบื้องต้น ไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวเข้า กก.6บก.ป เพื่อสอบปากคำขยายผล

ด้าน พ.ต.อ. สมพงษ์ กล่าวว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง โดยทำตัวเป็นคนมีสีเข้าเคลียร์ปัญหาให้กับผู้เสียหายแต่ก็ไม่สามารถเคลียร์ให้ได้ โดยมีคนหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีจำนวนมาก ซึ่งก็มีผู้เสียทั่วไปบางรายก็ไม่กล้าเข้าแจ้งความเพราะกลัวตัวเองจะผิดตามไปด้วย สำหรับนายวันชัยนั้น มีหมายจับทั่วประเทศถึง 18 หมาย และก่อเหตุดังกล่าวมานาน 5 ปี จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในวันนี้ ต่อไปจะต้องขยายผลต่อว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง

อย่างไรก็ตาม นายวันชัย ยอมรับสารภาพว่าตนเองทำคนเดียวไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และขอโทษกับผู้เสียหายทุกคนพร้อมยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อดีตอ.จุฬาฯ ควักเงินส่วนตัวตอบแทนความดี กระเป๋ารถเมล์เก็บเงินล้านคืนเจ้าของ

อดีตอ.จุฬาฯ ควักเงินส่วนตัวตอบแทนความดี กระเป๋ารถเมล์เก็บเงินล้านคืนเจ้าของ

6-6

 

อดีตอ.จุฬาฯ ควักเงินส่วนตัวตอบแทนความดี กระเป๋ารถเมล์ และคนขับ ปอ.511 หลังเก็บเงินล้านคืนเจ้าของ

จากกรณีที่ นางสุมน มหิดุลย์ อายุ 50 ปี ชาว อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พนักงานเก็บเงินรถประจำทาง ขสมก. สาย ปอ.511 (สายใต้ใหม่ – ปากน้ำ) เก็บกระเป๋าที่มีเงินกว่า 1,120,000 บาท ส่งคืนเจ้าของที่เป็นเเพทย์สูตินารีเวช ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าของเงิน ได้เดินทางมารับกระเป๋า พร้อมมอบขนม 2 กล่อง ที่อยู่ในกระเป๋าเป็นสินน้ำใจก่อนเกิดดราม่าว่า ทำไมให้แค่นี้ จนเเพทย์คนดังกล่าว ต้องโทรศัพท์มาขอโทษ พร้อมบอกเหตุผลที่ไม่ได้ให้เงินตอบแทนเพราะไม่ทันคิด และเงินก้อนนี้ก็ต้องนำไปใช้หนี้ให้กับครอบครัว

ล่าสุด (26 ก.ค. 60) รศ.ดร.ธีระพร วีระถาวร อดีตอาจารย์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย ได้รับทราบข่าวดังกล่าว จึงมีความประสงค์มอบเงินส่วนตัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ นางสุมน มหิดุลย์ พนักงานเก็บค่าโดยสาร และนายปุณณวิช ฉลองเนตรสดใส พนักงานขับรถ สาย 511 โดยจะส่งมอบเงินให้กับพนักงานทั้ง 2 คน คนละ 5,000 บาท ในวันนี้ ณ Meeting Room ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ ขสมก

‘สมยศ’ บินด่วน! ไปอเมริกาตรวจรับมอบปืนสวัสดิการตร.

 ‘สมยศ’ บินด่วน! ไปอเมริกาตรวจรับมอบปืนสวัสดิการตร.

799365-01

“พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” บินด่วน อเมริกา ตรวจรับมอบปืนสวัสดิการแก่ตำรวจ ยันล๊อตแรกถึงไทย ต้นสิงหาคมนี้

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้บริหารบริษัท ซิกซาวด์ เออร์ จำกัด ได้เชิญตนในฐานะ ที่ในอดีต เป็น ผบ.ตร. ที่ได้จัดทำโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ ซิกซาวเออร์ พี 320 เอสพี จากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ เดินทางไปยังโรงงานผลิตอาวุธปืน ซิกซาวด์ออร์ จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อตรวจสอบ และตรวจรับมอบปืน รุ่น พี 320 ล็อตแรก

โดยขอยืนยันว่า บริษัทฯสามารถส่งมอบอาวุธฯปืน ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศไทยตามขั้นตอนของกฎหมายการส่งมอบอาวุธ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตามรายละเอียดวันเวลาที่ทางบริษัทฯได้ประสานแจ้งให้ กองสวัสดิการ ได้ทราบมาก่อนหน้านี้

ล่าสุด บริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด ในฐานะผู้ประสานงานประเทศของบริษัท ซิกซาวเออร์ อิงค์ได้มีหนังสือแจ้งความคืบหน้าของโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ ซิกซาวเออร์ พี 320 เอสพี จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการอนุมัติใบอนุญาตส่งออกแล้ว และเมื่อได้รับใบอนุญาตการส่งออกทางบริษัทฯคาดว่าจะดำเนินการส่งอาวุธปืนเข้ามาในครั้งแรกจำนวน 5,000.กระบอกประมาณวันที่ 2 สิงหาคม 2560 และจะส่งเข้ามาอีกครั้งที่สอง จำนวน 7,468 กระบอกประมาณวันที่ 22 สิงหาคม 2560 นี้

สำหรับโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจนั้น เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นในสมัย พล.ต.อ.สมยศ เป็น ผบ.ตร.ในสมัยนั้น ได้จัดทำโครงการสวัสดิการสำหรับตำรวจ โดยจัดหาปืนพกสั้นยี่ห้อซิกซาวเออร์ รุ่นพี 320 ขนาด 9 มม. ราคา 18,000 บาท เพื่อไว้ใช้ และป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง

จับไอ้ปุ้มปุ้ย ขืนใจสาวในรพ.หนองคาย สารภาพด้วยสีหน้าเรียบเฉย

จับไอ้ปุ้มปุ้ย ขืนใจสาวในรพ.หนองคาย สารภาพด้วยสีหน้าเรียบเฉย

798222-01

จับไอ้ปุ้มปุ้ย ขืนใจสาวใน รพ.หนองคาย ตร.คุมตัวสอบเครียด สารภาพสีหน้าเรียบเฉย รับก่อเหตุจริง

ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย สั่งการให้ พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรอรับตัว นายปุ้มปุ้ย อายุ 23 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุขืนใจและทำร้ายร่างกายผู้ช่วยพยาบาลสาววัย 25 ปี
บริเวณด้านข้างโรงซักรีดภายในโรงพยาบาลหนองคาย เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 16 ก.ค.60 ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยประสานทางการลาว จับกุมตัวได้ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
ต่อมาเจ้าหน้าที่จาก สปป.ลาว ได้นำ นายปุ้มปุ้ย มาทำการสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย โดย มีผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย ทำการสอบสวนด้วยตนเอง ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายปุ้มปุ้ย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุภายในโรงพยาบาลหนองคาย ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำตัวไปทำแผน นายปุ้มปุ้ยมีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมยอมรับว่าได้ลงมือก่อเหตุข่มขืนผู้เสียหายจริง โดยใช้อาวุธมีดบังคับ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป สปป.ลาว

สำหรับข้อมูลของนายปุ้มปุ้ยทราบว่ามีพ่อเป็นคนไทย และมีแม่เป็นชาว สปป.ลาว พักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง ชอบดื่มสุราขาว เวลาเมาก็จะหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว เคยก่อเหตุขอเงินจากผู้สูงอายุที่มาออกกำลังกายตอนเช้าเพื่อไปซื้อเหล้ามากิน แต่ไม่ได้จึงทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บและเสียชีวิต ถูกจับเข้าเรือนจำได้ 4 เดือน แล้วปล่อยออกมาเนื่องจากเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่ามีอาการทางจิต จากนั้นได้ก่อเหตุข่มขืนหญิงมีอายุคนหนึ่งขณะออกไปหาปูตามทุ่งนาจนกระทั่งล่าสุดมาก่อเหตุกับผู้ช่วยเหลือคนไข้ของโรงพยาบาลหนองคาย

หนุ่มวัย 24 เผย! ขายสินค้าจากเครื่องจักสาน มีรายได้เลี้ยงตัวเองวันละ 2-3 พันบาท

หนุ่มวัย 24 เผย! ขายสินค้าจากเครื่องจักสาน มีรายได้เลี้ยงตัวเองวันละ 2-3 พันบาท

797972-02

หนุ่มสุรินทร์ ขายสินค้าเครื่องจักสานไม้ไผ่ทำมือ อุปกรณ์ดักสัตว์ จับปลา มีรายได้เลี้ยงตัวเอง วันละ 2-3 พันบาทที่ริมถนนสาย 226 สุรินทร์-ศีขรภูมิ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองสุรินทร์ ตรงข้ามปั้ม ปตท.บ้านตะบัล ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องจักสานไม้ไผ่ทำมือ ชื่อร้านเจ้อร เครื่องจักสานอุปกรณ์จับปลา ซึ่งถ้าหากมองเผินๆ เหมือนกับเป็นร้านเล็กๆ ที่ดูแล้วเหมือนไม่น่าจะมีสินค้ามากมายนักแต่พอได้เข้าไปดูภายในร้าน ถือว่าเป็นที่จำหน่ายสินค้าเครื่องจักรสานไม้ไผ่ทำด้วยมือ แบบครบวงจรเลยก็ว่าได้ มีทั้ง สุ่มไก่ ไซดักปลา ตาข่ายดักนก ลอบดักกุ้ง แหหว่านปลา มองดักปลา เบ็ด กับดักหนู แปลนอนไม้ไผ่ กรงนก เตาถ่าน และครก สาก เป็นต้น เปิดขายตั้งแต่เช้า 06.00 – 17.00 น.ของทุกวัน ปิดเฉพาะวันที่ไปรับสินค้า

ซึ่งมีนายวนคร แข็งกล้า อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 ม.2 ต.โนน อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ เจ้าของร้านเผยว่า ได้ไปรับซื้อสินค้าต่างๆ มาจากชาวบ้านในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และจังหวัดอุบลราชธานี มาจำหน่าย ซึ่งอุปกรณ์ที่ขายดีในช่วงนี้ จะเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับการดักปลาจับปลา เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนในแต่ละวันจะมีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย สร้างรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วไม่ต่ำกว่าวันละ 2-3 พันบาท แล้วแต่ลูกค้ามากน้อย ถือว่าเป็นรายได้ที่สามารถเลี้ยงตัวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน และชาวบ้านที่มีอาชีพทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ขายได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยลูกค้าสามารถสั่งสินค้านอกเหนือจากร้านตนวางจำหน่ายได้ หรือโทรสั่งได้ที่เบอร์ 092-427-6902

ตำรวจแจงขั้นตอน ขอผู้ร้ายข้ามแดน “บอส-วรยุทธ” คดีขับรถชนตำรวจท่องหล่อ

ตำรวจแจงขั้นตอน ขอผู้ร้ายข้ามแดน “บอส-วรยุทธ” คดีขับรถชนตำรวจท่องหล่อ

55ตำรวจแจงขั้นตอนขอผู้ร้ายข้ามแดน “บอส-วรยุทธ” คดีขับรถชนตำรวจท่องหล่อ พร้อมประสาน 190 ประเทศช่วยติดตามตัว

จากกรณี นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เร่งรัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ส่งเอกสารประกอบคำร้องขอผู้ร้ายข้ามเเดน กรณีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2555 มาให้อัยการฯ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังไม่มีคำขอส่งมา และการประชุมร่วมกันที่ผ่านมาได้พูดชัดเจนว่าให้ทำคำขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดนส่งมา เเต่ปัจจุบันนี้คำขอยังไม่มาแต่อย่างใด ส่วนจะติดขั้นตอนไหนไม่ทราบ เป็นเรื่องภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้

ล่าสุด ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 17 กรกฎาคม มีรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า ในขั้นตอนส่งคำร้องขอผู้ร้ายข้ามแดนของ นายวรยุทธ นั้น อันดับแรกเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หรือ ตำรวจ สน.ทองหล่อ พื้นที่รับผิดชอบทำสำนวนคดี โดยต้องแปลเอกสารสำนวนคดีเป็นภาษาอังกฤษ แล้วส่งมาให้กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจดูรายละเอียดว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่

ซึ่งเอกสารไม่ได้มีอะไรมากมาย หลัก ๆ คือสำนวนการสืบสวนสอบสวน เมื่อกองการต่างประเทศตรวจเสร็จแล้วก็จะส่งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พิจารณาเซ็นรับรองคำร้องเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อส่งให้อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ดำเนินการในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ที่ บช.น. หรือ สน.ทองหล่อ

ส่วนการติดตามตัวนายวรยุทธ เป็นขั้นตอนหลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งคำร้องผู้ร้ายข้ามแดนให้ทางอธิบดีอัยการฯ จากนั้นก็จะต้องดำเนินการติดตามจับกุม โดยเบื้องต้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สืบเสาะหาแหล่งที่อยู่ของผู้ต้องหาควบคู่กันไป โดยส่งหนังสือขอความร่วมมือกับ 190 ประเทศ ให้ช่วยติดตาม แต่ยังไม่มีประเทศแจ้งกลับมา คาดว่าอาจจะติดปัญหาที่นายวรยุทธ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือมีหนังสือเดินทางหลายเล่มทำให้อาจจะติดตามตัวยาก

โรคตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง

โรคตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง
โรคตาแดง (Conjunctivitis) นับได้ว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่หลาย ๆ คนต่างคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม หรือฤดูฝนที่โรคตาแดงมักระบาด จัดเป็นโรคระบาดที่สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลาย ๆ คนกังวลและหวาดกลัวกับโรคตาแดงนี้
สาเหตุของโรคตาแดง
– เกิดจากเชื้อไวรัส Viral Conjunctivitis ที่อยู่ในแหล่งน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา
– เกิดจากการติดเชื้อ S.epidermidis, S.aureus ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุตาอักเสบ
– เกิดจากการแพ้สิ่งต่างๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น การแพ้ควันบุหรี่, ยา, เกสรดอกไม้ หรือฝุ่น เป็นต้น
– สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
– เกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ
– เกิดจากการโดนแมลงวัน หรือแมลงหวี่ตอมบริเวณดวงตา
– การไม่ล้างทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและมือ

อาการของโรคตาแดง
– ในระยะแรกหลังได้รับเชื้อจะเริ่มเกิดอาการเคืองตา บริเวณตาขาวจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเรื่อๆ ขึ้น เนื่องจากบริเวณเยื่อบุตาขาวเกิดเลือดออก
– ขณะที่มีน้ำตาไหลออกมาจะรู้สึกเจ็บตา ร่วมกับมีขี้ตาสีเหลืองอ่อนๆ หรือเป็นเมือกใสจำนวนมาก
– โดยมากจะเกิดที่บริเวณดวงตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปสู่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
– รู้สึกเจ็บบริเวณต่อน้ำเหลืองหลังใบหูและเกิดอาการบวมขึ้น
– หากเกิดการอักเสบบริเวณดวงตาดำจะรู้สึกเคืองตามากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเป็นบาดแผลขึ้นที่บริเวณดวงตาดำชั่วคราว
– หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะตื่นนอนตอนเช้ามักจะลืมตาไม่ขึ้น เนื่องจากบริเวณเปลือกตามีขี้ตาจำนวนมากติดกันเป็นก้อน แต่จะไม่รุนแรงเท่าการติดเชื้อจากไวรัสวิธีการรักษาและป้องกันโรคตาแดง
– แพทย์จะทำการรักษาตามอาการโดยหากมีขี้ตาจำนวนมากก็จะให้หยอดยาปฏิชีวนะ หรือหากเป็นไข้ ก็จะให้ยาลดไข้
– ผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนดึก
– ช่วงเช้าหรือเที่ยงควรสวมแว่นตากันแดดป้องกันแสงที่จะเป็นอันตรายต่อดวงตา
– ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อย่างผ้าเช็ดหน้า, ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า เป็นต้น
– ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะขณะที่จะจับใบหน้าและดวงตา
– หลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตาบ่อยๆ
– ผู้ติดเชื้อควรงดการลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำสาธารณะ เนื่องจากเชื้อจะกระจายและติดต่อสู่ผู้อื่นได้
– การใช้ยาหยอดตา ก่อนใช้ควรล้างมือให้สะอาด และหากใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ทั้งนี้ ดวงตาจัดเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกายเลยก็ว่าได้ หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ ขึ้นกับดวงตา จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะหากไปช้าอาจไม่ทันการทำให้สูญเสียดวงตาคู่สวยไปได้ในที่สุดนั่นเอง