คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

น้ำตาซึม! ช้างแสนรู้ถอนหลักที่ล่ามไว้ วิ่งมาหมอบกราบศพควาญ

น้ำตาซึม! ช้างแสนรู้ถอนหลักที่ล่ามไว้ วิ่งมาหมอบกราบศพควาญ

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzU5Ni8yOTg0MDAyL25ld3MwOS5qcGc=

ถอนหลักวิ่งมากราบศพควาญช้างที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คนที่มาร่วมงานถึงกับน้ำตาซึม

(2 ส.ค.) คลิปวิดิโอที่ชาวบ้านได้บันทึกไว้ขณะช้างแสนรู้ถอนหลักวิ่งมากราบศพควาญช้างที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทำให้คนที่ร่วมงานถึงกับน้ำตาซึม โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ส.ค.60และมีผู้คนได้แห่โพสต์และแชร์ตามโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง

จากการสอบถามจากทางญาติ ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 4 ต.พลูเถื่อน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านของนาย นายสมใจ อายุ 84 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถยนต์เสียหลักแหกโค้งมาชนขณะนั่งคุยอยู่กับเพื่อนในเพิงพักริมถนน

หลังจากนำศพมาตั้งเพื่อที่จะบำเพ็ญกุศลศพที่บ้าน นายปราโมทย์ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นลูกชายผู้ตาย ได้ไปบอกกับช้างที่ชื่อว่า “พนม” ว่าพ่อได้เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากเป็นช้างที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบปี ทำให้ช้างพนมน้ำตาไหลและถอนหลักที่ล่ามไว้วิ่งมาที่บริเวณที่ตั้งศพ แล้วกล้มลงกราบ ทำให้ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ถึงกับน้ำตาซึม และชื่นชมในความแสนรู้และความกตัญญูของช้างพนมที่มีต่อเจ้าของที่ตัวเองรักเป็นอย่างมาก

ตร.จัด 300 นายคุมมวลชนเชียร์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ยันไม่ปิดกั้น

ตร.จัด 300 นายคุมมวลชนเชียร์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ยันไม่ปิดกั้น

ดาวน์โหลด (24)

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย จัดกำลังตำรวจ 300 นาย ดูแลมวลชนให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” ยันไม่ปิดกั้น พร้อมดูแลองค์คณะผู้พิพากษา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า สั่งเตรียมกำลังตำรวจนครบาล 2 จำนวน 300 นาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบบริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จะมีการแถลงปิดคดีด้วยวาจา ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลยในคดีจำนำข้าว และคาดว่าจะมีมวลชนมาให้กำลังใจกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวนมาก

โดยยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้ปิดกั้นมวลชนที่จะมาบริเวณศาล แต่ขอความร่วมมือให้อยู่ในความสงบ ไม่ทำผิดกฎหมาย ยอมรับห่วงมือที่สามที่อาจสร้างสถานการณ์ให้เกิดเหตุความวุ่นวาย ส่วนการติดตามความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์มีการตั้งชุดไว้ตรวจสอบแล้ว หากพบมีการโพสต์ข้อความยุยงปลุกปั่น หรือเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

อกจากนี้ ได้จัดกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยองค์คณะผู้พิพากษาในคดีนี้ ซึ่งเป็นไปตามปกติ แต่หากมีการขอกำลังเพิ่มเติมก็จะพิจารณาตามคำร้องขอ

พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยถึง กรณีที่มีกระแสข่าวผ่านสังคมออนไลน์ ว่ามีเจ้าหน้าที่บุกอุ้มตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำ นชป. ลำลูกกา ที่บ้านพักในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำตัวกลับมาที่ประเทศไทย

โดยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลว่ามีการนำตัว นายวุฒิพงศ์ กลับมาจริงหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งตำรวจต้องชั่งน้ำหนักว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือสร้างข่าวหวังปลุกมวลชนให้เกิดความไม่พอใจ จนมารวมตัวกันในช่วงการพิจารณาคดีจำนำข้าว

สะเทือนใจ! สุนัขเฝ้าเจ้าของที่ผูกคอตาย ไม่ยอมให้ย้ายศพ

สะเทือนใจ! สุนัขเฝ้าเจ้าของที่ผูกคอตาย ไม่ยอมให้ย้ายศพ

maxresdefault (4)

สะเทือนใจ! สุนัขพันธุ์ไทยนอนเฝ้าศพเจ้าของที่ผูกคอตาย ไม่ยอมให้เคลื่อนย้ายศพ

วันนี้(30 ก.ค.) เวลา 11.30 น. ร.ต.ท.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์ รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย มูลนิธิพุทไธสวรรย์ พบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิจะเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้ ชื่อเจ้าเดช เห่าเสียงดังจะเข้ากัดเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้เข้าใกล้บ้าน ต้องให้ญาติของผู้เสียชีวิตช่วยกันกั้นเจ้าเดช และจับเอาไว้ จึงเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านได้

จากการตรวจสอบ ภายในห้องนอนพบศพนายไพฑูรย์ คมกรด อายุ 34ปี ใช้เชือกไนลอนผูกคอกับขื่อบ้านเสียชีวิตสภาพศพสภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ในบ้านพบข้าวของภายในบ้านกระจัดกระจายล้มระเนระนาดไปทั่วบ้านนางวิชชุดา เชาว์ติกานนท์ อายุ 43 ปี ภรรยาของผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ในโรงงาน เพิ่งออกจากงานมาได้ประมาณ 1 เดือน อยู่ด้วยกันมาได้ 8 ปีกว่า ระยะหลังผู้ตายจะหึงหวงตนจนมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง บางครั้งลงมือทำร้ายตัวเอง จนเมื่อช่วงเช้าตนเองบอกว่าจะไปช่วยงานแต่งของญาติ ที่ ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ผู้ตายไม่ยอมให้ไปจนเกิดมีปากเสียงกันอีกบอกว่าถ้าไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก

จากนั้น ผู้ตายได้ทำลายข้าวของภายในบ้านจนกระจัดกระจาย ตนเองกลัวรีบหลบออกมาจากบ้าน มาอยู่กับเพื่อนบ้าน ได้โทรไปบอกกับพระปทุม คมกรด อายุ 80 ปี พระลูกวัดบ้านหว้า อ.บางปะอิน ซึ่งเป็นพ่อของผู้ตายให้มาช่วยเตือนสติ จนหลวงพ่อเดินทางมาถึงได้เข้าไปดูพบว่าสามีผูกคอเสียชีวิตแล้ว ส่วนเจ้าเดช เป็นสุนัข ที่สามีเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่เล็กๆ กินนอนอยู่ด้วยกันในบ้าน เจ้าเดชจะรักสามีของตนเองมากจะคอยตามตลอดเวลาเวลาที่ไปไหนมาไหน

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะมีความหึงหวงภรรยาและน้อยใจที่ภรรยาจะไปช่วยงาน จึงตัดสินใจผูกคอตนเองเสียชีวิต โดยหลังจากทำการตรวจสอบผู้เสียชีวิตภายในบ้านเสร็จจะเคลื่อนย้ายศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี เจ้าเดชพยายามจะเข้าไปในบ้านส่งเสียงเห่าอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมให้นำศพออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันเจ้าเดชเอาไว้ไม่ให้เข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ ภายหลังเคลื่อนย้ายศพออกไปเจ้าเดชมีอาการเศร้าซึมทันทีเป็นภาพความห่วงใยซื่อสัตย์ของเจ้าของเดชที่มาต่อผู้ตาย สร้างความหดหู่ต่อชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์

ขอนแก่น น้ำลดกลับสู่ภาวะปกติ พบป้ายทะเบียนรถตกหล่นจำนวนมาก

ขอนแก่น น้ำลดกลับสู่ภาวะปกติ พบป้ายทะเบียนรถตกหล่นจำนวนมาก

ดาวน์โหลด (20)

สถานการร์น้ำท่วมที่ จ.ขอนแก่น กลับสู่ภาวะปกติแล้ว พบป้ายทะเบียนรถตกหล่นจำนวนมาก

ชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนน ต่างพากันเดินลุยน้ำหาแผ่นป้ายทะเบียนของตัวเองที่หลุดออกมาขณะวิ่งลุยฝ่าน้ำท่วม โดยเฉพาะที่ ถ.เหล่านาดี ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าป้ายทะเบียนรถรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกรูปแบบจมน้ำอยู่จำนวนมาก

นอกจากนี้ยังคงพบกันชนหน้ารถ รวมทั้งแผ่นยางกันฝุ่นที่ติดตั้งใต้ท้องรถ และกระทะครอบล้อรถ ตกอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งชาวบ้านได้เก็บมาวางรวมกันไว้ และแชร์ไปในเพจต่างๆ เพื่อให้เจ้าของรถมาติดต่อรับกลับคืน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในเขต จ.ขอนแก่น ขณะนี้ระดับน้ำยังคงทรงตัว และมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ปภ. 6 ขอนแก่น รวมทั้งกำลังทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดขชอบต่างยังคงวางกำลังเฝ้ารับมือสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

ขณะที่ระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมโรงเรียนการศึกษาพิเศษคนตาบอดขอนแก่น จากผลของกำแพงกั้นน้ำที่พังลงมานั้นเจ้าหน้าที่ได้อพยพทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว และหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงชาวบ้านก็ได้อพยพไปด้วยเช่นกัน เหลือเพียงชาวบ้านที่พอจะรับมือได้นำกระสอบทรายมากั้น และเฝ้าสถานการณ์น้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้านในระยะนี้

ตำรวจจ่อหมายเรียก ดาราโพสต์เหล้าเบียร์อีกกว่า 10 คน

ตำรวจจ่อหมายเรียก ดาราโพสต์เหล้าเบียร์อีกกว่า 10 คน

799937-01

ตำรวจ เผย 6 ดารา จ่อรับทราบข้อกล่าวหาโพสต์ภาพคู่แอลกอฮอล์ ก่อนวันที่ 6 สิงหาคม พร้อมเตรียมออกหมายเรียกอีก กว่า 10 คน

พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยถึงกรณีที่ออกหมายเรียกดารานักแสดง 6 คนโพสต์ภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะโฆษณาเชิญชวน มาพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ว่าขณะนี้ยังไม่มีบุคคลใดเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ทนายความได้ประสานมา

เบื้องต้นแล้วว่าจะมาพบก่อนวันที่ 6 สิงหาคม เนื่องจากในวันดังอาจติดภารระกิจ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า โดยขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะสอบปากคำ หากรับสารภาพ ก็สามารถเปรียบเทียบปรับได้ โดย สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะเปรียบเทียบปรับจำนวนเท่าใด

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมออกหมายเรียกดารา หรือผู้มีชื่อเสียง ที่กระทำการในลักษณะดังกล่าว อีกมากกว่า 10 คน ซึ่งขณะนี้ สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ส่งหนังสือและรายชื่อบุคคลดังกล่าวมาให้อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งตำรวจก็ได้รับเรื่อง และเชิญผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการฯ มาให้ปากคำบางส่วนแล้ว ก่อนจะประชุมร่วมกัน แล้วออกหมายเรียกเป็นขั้นตอนต่อไป

เตือนผู้ใช้เส้นทางถนนลำปาง-งาว พบมีหินยักษ์สไลด์จากภูเขาข้างทาง

เตือนผู้ใช้เส้นทางถนนลำปาง-งาว พบมีหินยักษ์สไลด์จากภูเขาข้างทาง

799926-02

เตือนผู้ใช้เส้นทางถนนลำปาง-งาว ต้องใช้ความระมัดระวัง พบมีหินยักษ์สไลด์จากภูเขาข้างทาง

ที่บริเวณถนนพหลโยธิน สายลำปาง-งาว ขาขึ้นหลัก ช่วงกิโลเมตรที่ 756-757 เขตบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง พบว่ามีก้อนหินขนาดใหญ่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัม สไลด์กลิ้ง ลงมาจากภูเขาและยังพบว่ายังคงมีเศษหิน อีกจำนวนหนึ่งไหลลงมา อีกด้วย
ทางนายเจริญ เววา รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงลำปางที่ 2 ฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นายวัธนา เชื้อทอง หัวหน้าหมวดทางหลวงบ้านเสด็จ ลงพื้นที่ตรวจสอบ และได้ติดตั้งป้ายจราจร และ อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย นำกรวยสะท้อนแสงมาวางกั้นขอบทาง เพื่อเตือนให้ผู้ที่สัญจรระมัดระวังไว้แล้ว และเตือนประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวขอให้สังเกตุภูเขาข้างทาง หากมีดินหรือหิน สไลด์ ขอให้ขับขี่รถออกห่างจากจุดเกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย ส่วนสาเหตุของการเกิดเหตุในครั้งนี้ คาดว่าสาเหตุนั้น เกิดมาจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง

กรมการขนส่งฯ เตือนมอเตอร์ไซค์ติดโครงหลังคาผิดกฎหมาย!!

กรมการขนส่งฯ เตือนมอเตอร์ไซค์ติดโครงหลังคาผิดกฎหมาย!!

w644

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยมอเตอร์ไซค์ติดโครงหลังคาผิดกฎหมาย โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท

หลังเกิดเทรนด์ใหม่สำหรับหลังคากันฝนรถจักรยานยนต์ ที่คนพะเยากำลังฮิตมากๆ โดยเป็นสินค้าชนิดนี้นำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งตอนนี้ขายดีมากในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เพราะสามารถกันฝนได้ดีกว่าร่ม แถมยังปลอดภัย ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 450-550 บาท ต่อชุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่ากรณีดังกล่าวถือเป็นดำเนินการที่ผิดพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เพราะถือเป็นการ ต่อเติม ดัดแปลงตัวรถ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียน รวมทั้งยังไม่ได้ขออนุญาตดัดแปลง จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท

สำหรับเรื่องการพิจารณาโครงสร้างหลังคาดังกล่าว รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกระบุว่าทางขนส่งฯ จะไม่พิจารณาคำขอเนื่องจากการจะติดตั้งหรือต่อเติมอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติมในตัวรถ อุปกรณ์นั้นจะต้องมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้คำรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

สุดเจ๋ง! ลุงจบ ป.7 ประดิษฐ์รถตีนตะขาบ ใช้บรรทุกพืชผลทางการเกษตร

สุดเจ๋ง! ลุงจบ ป.7 ประดิษฐ์รถตีนตะขาบ ใช้บรรทุกพืชผลทางการเกษตร

799652-01ลุงจบ ป.7 ประดิษฐ์ “รถตีนตะขาบ” โดยประกอบขึ้นจากวัสดุเหลือใช้และหาได้ในท้องถิ่น สร้างงานสร้างรายได้

ร้านปะยางรถยนต์ เลขที่ 38 ม.1 ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายพรเลิศ นาเวศน์ อายุ 57 ปี ได้ทดลองขับรถตีนตะขาบ ที่ประกอบขึ้นจากวัสดุเหลือใช้และหาได้ในท้องถิ่น เพื่อทำเป็นต้นแบบรถบรรทุกสำหรับขนถ่ายพืชผลทางเกษตรราคาถูกให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่ต้องซื้อรถกระบะบรรทุกแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

นายพรเลิศ เล่าว่า เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทุ่งมะพร้าว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสวนยาง สวนปาล์ม ประกอบกับ จ.พังงา เป็นจังหวัดที่มีฝนตกตลอดทั้งปี ทำให้พื้นดินภายในสวนเละเป็นโคลน รถยนต์ธรรมดาไม่สามารถขับเข้าไปนำผลผลิตออกมาภายนอกสวนได้ หากต้องซื้อรถกระบะบรรทุกแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็จะมีราคาที่สูงมาก จึงต้องใช้แรงงานคนทำให้เกิดการล่าช้าและไม่สะดวก

ซึ่งตนเองนั้นจบการศึกษาเพียง ป.7 แต่ได้คลุกคลีอยู่กับระบบขับเคลื่อนสายพานและเครื่องจักรตั้งแต่สมัยยุคเหมืองแร่ จึงได้เริ่มนำมาประยุคใช้ทำรถต้นแบบคันนี้ โดยใช้เวลา ถึง 3 ปี กว่าจะสามารถขับเคลื่อนไปหน้า ถอยหลัง และเลี้ยวซ้ายขวาได้อย่างอิสระ โดยใช้เครื่องยนต์เพียงตัวเดียว ใช้วิธีหมุนตีนตะขาบด้านซ้าย และ ขวา ให้ไปหน้าถอยหลังสลับกัน ในการเลี้ยวเหมือนกับรถแบคโฮที่มีมูลค้าหลายล้านบาท

สำหรับรถต้นแบบคันนี้ ใช้วัสดุเหลือใช้มาประกอบ จึงไม่มีความแข็งแรงคงทน และพบว่าระบบสายพานขับเคลื่อนยังมีอัตรารอบที่สูงเกินไปทำให้รถวิ่งเร็ว แต่ไม่มีแรง ซึ่งต่อไปนี้จะต้องทำการออกแบบระบบเกียร์ เพื่อทดกำลัง รวมถึงระบบตีนตะขาบให้แข็งแรงคงทน ก่อนจะทำกระบะสำหรับใส่พืชผลทางการเกษตร เป็นลำดับต่อไป

งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์”

งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์”

799588-01

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” ห่วงมือที่ 3 จ้องป่วน จ่อดำเนินคดีคนปลุกปั่น

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล/ตำรวจภูธรภาค1-7/ตำรวจสันติบาล /ตำรวจกองปราบปราม /ตำรวจสอบสวนกลาง /ตำรวจทางหลวง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ

ในวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่นัดพิพากษาตัดสินคดีดังกล่าวปลายเดือนสิงหาคมนี้

โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและจับตาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อขอให้มวลชนเดินทางมาให้กำลังใจในวันดังกล่าว ตลอดจนป้องกันกลุ่มมือที่สามที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เตรียมใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยวันพิจารณาตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยได้กำชับไปยังทุกพื้นที่ให้มีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของแกนนำและมวลชนในพื้นที่ต่างๆ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่ภาค 5 เริ่มมีแกนนำบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวจำนวน 1-2 คน ลักษณะเชิญชวนมวลชน โดยเตรียมพิจารณาดำเนินคดีตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น พร้อมกับชับให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เฝ้าระวังการใช้เทคโนโลยีในการเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชน

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าตำวจไม่มีการสกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาในวันดังกล่าว แต่จะอำนวยความสะดวกในด้านการจราจร และป้องกันการกระทำผิดกฏหมายหากพบมีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดคำสั่ง คสช.ก็จะดำเนินคดีทันที

ส่วนการเข้าไปพูดคุยกับแกนนำในพื้นที่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง ในส่วนของการใช้กำลังในการดูแลความปลอดภัยนั้น เบื้องต้นใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนของตำรวจนครบาลเป็นหลัก แต่หากประเมินแล้วไม่เพียงพอจะพิจารณาขอกำลังในพื้นที่อื่นมาเสริม

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความกังวลและเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 ที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ จึงได้เรียกประชุมเพื่อวางแผน

ตำรวจรวบผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมาย 18 คดี

ตำรวจรวบผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมาย 18 คดี

799580-02

ตำรวจ รวบผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมายรวม 18 คดี ที่ จ.ปทุมธานี พบทำตัวเป็นคนมีสี

พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.กก.6บก.ป พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้เข้าจับกุมนายวันชัย อายุ 37 ปี ตามหมายจับผู้ต้องหาคดีหลอกลวงและฉ้อโกง โดยมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่กองปราบปรามเป็นจำนวนมาก มีมูลค่าทรัพย์สินที่เสียไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

และจากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 40/963 ภายในหมู่บ้านพฤกษาบี ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายวันชัย เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเรต ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ซึ่งนายวันชัย ได้พาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในห้องนอน เบื้องต้น ไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวเข้า กก.6บก.ป เพื่อสอบปากคำขยายผล

ด้าน พ.ต.อ. สมพงษ์ กล่าวว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง โดยทำตัวเป็นคนมีสีเข้าเคลียร์ปัญหาให้กับผู้เสียหายแต่ก็ไม่สามารถเคลียร์ให้ได้ โดยมีคนหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีจำนวนมาก ซึ่งก็มีผู้เสียทั่วไปบางรายก็ไม่กล้าเข้าแจ้งความเพราะกลัวตัวเองจะผิดตามไปด้วย สำหรับนายวันชัยนั้น มีหมายจับทั่วประเทศถึง 18 หมาย และก่อเหตุดังกล่าวมานาน 5 ปี จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในวันนี้ ต่อไปจะต้องขยายผลต่อว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง

อย่างไรก็ตาม นายวันชัย ยอมรับสารภาพว่าตนเองทำคนเดียวไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และขอโทษกับผู้เสียหายทุกคนพร้อมยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ