คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

เปิดใจสาวมทส.รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเทพฯ

เปิดใจบัณฑิตสาว มทส. ผู้โชคดี หลังสมเด็จพระเทพฯ ทรงเห็นบาดเจ็บนั่งรถเข็น ลงมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือ

บัณฑิต

ในเพจเฟชบุ๊กของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ได้มีการแชร์ภาพอันแสนประทับใจในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 โดยเป็นภาพบัณฑิตสาว 2 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขา นั่งรถเข็นอยู่ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเดินมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือเป็นการเฉพาะ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับบัณฑิตสาวทั้ง 2 คน และผู้ที่เห็นภาพนี้เป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับการเปิดเผยว่า นักบัณฑิตสาว 2 ราย ในภาพนั้น คือ นางสาวอนัสรีย์ เพชรขุ้ม อายุ 27 ปี มหาบัณฑิตปริญญาโท สาขาบริหารงานก่อสร้างและสาธารณูปโภค และนางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา อายุ 22 ปี บัณฑิตปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

นางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา หรือ น้องเตย หนึ่งในบัณฑิตสาวผู้โชคดี เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ตนต้องนั่งรถเข็นนั้น เนื่องจากว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ก่อนวันรับพระราชทานปริญญาบัตรเพียง 1 วัน ตนได้ประสบอุบัติเหตุ ตกบันไดขณะที่ซ้อมรับปริญญา ซึ่งขณะนั้นรู้สึกกังวลมาก กลัวว่ารุ่งเช้าจะไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่เมื่อถึงพิธีฯ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้แจ้งว่าตนเอง จะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นลับดับที่ 1,922 จึงรู้สึกดีใจมาก

เมื่อถึงช่วงที่พระองค์พักการพระราชทานปริญญาบัตรครึ่งแรก ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เดินมาบอกว่า สมเด็จพระเทพฯ จะทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้บัณฑิตที่นั่งรถเข็น 2 คน เป็นการเฉพาะด้วยพระองค์เอง ตอนนั้นตนรู้สึกทั้งตกใจ และตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าพระองค์จะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อตนเองได้ถึงเพียงนี้ เมื่อถึงเวลาที่พระองค์เสด็จมายืนอยู่ต่อหน้า ใจก็รู้สึกสั่น และยิ้มอยู่ตลอดเวลา จนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ขณะที่รับพระราชทานจากพระองค์ท่าน ก็ทำให้ตนเองรู้สึกปลื้มปีติยินดีมากที่สุดในชีวิต

โดยหลังจากนี้ ตนจะนำภาพนั้นไปใส่กรอบรูป เก็บไว้ที่บ้าน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจะพยายามศึกษาให้จบปริญญาโท เมื่อศึกษาจบแล้ว ก็จะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ! สื่อคาตาลันแฉ ‘เนย์มาร์’ เริ่มไม่แฮปปี้ในกรุงปารีสแล้ว

สื่อในคาตาลันรายงานว่า เนย์มาร์ เริ่มไม่มีความสุขในกรุงปารีสเสียแล้ว แถมยังรู้สึกเสียดายที่หันหลังย้ายออกมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวสถิติโลก เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาอีกด้วย

ดาวยิงแซมบ้ากลายเป็นเจ้าของค่าตัวสถิติโลกในเวลานี้ หลังย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาร่วมงานกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัวถึง 198 ล้านปอนด์ เมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ชีวิตในเมืองแฟชั่นของสตาร์บราซิลดูจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียแล้ว เมื่อ ลา ปอร์เตเรีย ทวีตข้อความดังนี้ “เราทราบมาว่าแข้งบราซิเลี่ยนเสียดายที่ย้ายออกจาก บาร์ซ่า และคิดถึงชีวิตในเมืองบาร์เซโลน่า”

ก่อนจะทวีตข้อความที่สองว่า “เนย์มาร์ ดูจะไม่พอใจในตัว อูไน เอเมรี และวิธีจัดการทีมของเขา รวมไปถึงการไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควรในกรุงปารีส”

ดูเหมือน เนย์มาร์ จะไม่ค่อยพออกพอใจในระบบการจัดการทีมและการซ้อมภายใต้การนำทัพของ เอเมรี เท่าไหร่นัก ซึ่งก่อนหน้านี้ เนย์มาร์ เองก็มีปัญหาเรื่องการสังหารจุดโทษกับ คาวานี่ รวมไปถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่โดนตะเพิดในเกมที่เสมอกับ มาร์กเซย 2-2

คงต้องตามกันต่อไปว่าสถานการณ์ภายใน เปแอสเช จะเป็นอย่างไรต่อไป…

ทีละสเต็ป! “วรชิต” ขอทุ่มสมาธิช่วยฉลามชล ก่อนลุ้นค้าแข้งลีกญี่ปุ่น

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลางเหรียญทองซีเกมส์ ทีมชาติไทย ของสโมสร ชลบุรี เอฟซี เผยว่าเรื่องอนาคตของตัวเองกับโอกาสในย้ายไปค้าแข้ง ในลีก ญี่ปุ่น นั้น คงต้องพักเอาไว้ก่อนเพราะอยากทุ่มสมาธิไปที่การลงสนาม ช่วยทีม “ฉลามชล” ในเกมลีก 4 นัดสุดท้ายและการเปิดบ้าน พบกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี วันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค.นี้ ก่อนเป็นอันดับแรก

“เจ้ายิม” เดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสร โออิตะ ทรินะตะ ทีมในศึกเจทู ของประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ช่วงที่ลีกหยุดพักการแข่งขันเพื่อหลีกทางให้กับโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ของทีมชาติ

ผลการทดสอบฝีเท้าของเขานั้น “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ ที่ปรึกษาสโมสร ชลบุรี เอฟซี เปิดเผยว่า “เจ้ายิม” ยังมีสิ่งที่จะต้องปรับปรุง อยู่ 2-3 ข้อ จากที่ทีมงานสตาฟโค้ชได้เห็นในการทดสอบฝีเท้า ขณะโอกาสในการย้ายไปเล่นที่ ญี่ปุ่น ยังคงมีอยู่ไม่น้อย

“ลีกญี่ปุ่น เป็นลีกที่แข็งแกร่ง เป็นลีกชั้นนำ ของ เอเชีย ที่ใครๆก็อยากไปเล่นที่นั่น ผมเองก็เช่นกัน แต่ตอนนี้อนาคต ของ ผม อยู่กับเกมวันอาทิตย์นี้ และ การแข่งขันทุกๆนัดที่เหลือ กับ ชลบุรี เอฟซี ก่อน ผมจะต้องพยายามทำผลงาน ของ ตัวเอง ออกมาให้เต็มที่ และ ดีที่สุด ต้องมีสมาธิ ทุกๆครั้ง ในการฝึกซ้อม และ ลงแข่งขัน เพื่อช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ส่วนหลังจากนี้ ผมจะได้ย้ายไปเล่นที่ ญี่ปุ่น หรือไม่ นั้น ค่อยมาดูกันอีกที ครับ”

รับมือสบายอยู่แล้ว! มาติช เชื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ศึกษาเกม ลิเวอร์พูล มาเป็นอย่างดี

เนมานย่า มาติช มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความมั่นใจ ก่อนเกมที่จะบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล สุดสัปดาห์นี้ โดยบอกว่าทีมปีศาจแดงได้ศึกษาเกมการเล่นของคู่แข่งมาเป็นอย่างดี แต่ก็ย้ำว่าทั้งเขากับเพื่อนร่วมทีมจำเป็นจะต้องมีสมาธิในเกมให้ได้ตลอด 90 นาที

“เราเตรียมพร้อมเกมนี้มาเป็นอย่างดี ผู้จัดการทีมเอาวิดีโอการเล่นของพวกเขามาให้เราดู รวมถึงบอกวิธีที่จะหยุดยั้งพวกเขา ดังนั้นผมจึงมั่นใจว่าเราพร้อมรับมือกับพวกเขา” แข้งชาวเซอร์เบียกล่าวกับ MUTV

“มันก็เหมือนกับทุกๆ เกม เราจะต้องมีสมาธิกันอย่างเต็มที่ตลอด 90 นาที เราจะต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพราะพวกเขาสามารถสร้างความอันตรายได้เสมอ ถ้าเราพลาดนิดเดียว พวกเขาจะสามารถลงโทษเราได้เลย”

สำหรับทริปเยือนถิ่นแอนฟิลด์ครั้งนี้ มาติช จะต้องรับบทบาทหนักในเกมแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด เนื่องจากไม่มีทั้ง ปอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี่ และ ไมเคิล คาร์ริค ที่ไม่ฟิตพร้อมลงสนาม โดยเกมนี้จะเตะกันช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

อเกวโร่ ยอมรับอยากเห็น เมสซี่ ย้ายมา แมนฯ ซิตี้ แต่มีเหตุให้ต้องทำใจ

เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายอมรับว่าตนเองอยากเห็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโลกของ บาร์เซโลน่า อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ย้ายเข้ามาเล่นร่วมสโมสรเดียวกับตนเอง แต่ก็ทำใจว่าเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากนักเตะระดับนี้ต่างก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรที่สังกัดอยู่ไปแล้ว

“ผมคิดว่า เมสซี่ ก็เหมือนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทั้งคู่เป็นนักเตะที่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรของพวกเขา และมันเป็นเรื่องยากมากที่นักเตะระดับนี้จะย้ายออกมา” เอล กุน กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมชาติอาร์เจนตินา

“ผมเองก็อยากจะให้ ลีโอ ย้ายมาเล่นทีมเดียวกับผมนั่นแหละ แต่จากสถานการณ์ทุกวันนี้มันก็ค่อนข้างซับซ้อนอยู่”

สำหรับ เมสซี่ เพิ่งจะตกเป็นข่าวว่า แมนฯ ซิตี้ พร้อมทุ่มเงินอย่างหนัก เพื่อคว้าตัวเข้ามาเสริมทัพให้ได้ แต่ก็มีโอกาสสูงที่เรื่องนี้จะกลายเป็นแค่ดีลในฝันเท่านั้น

งานเข้า! ณเดชน์ – ญาญ่า คนดูไม่ยอมรับแสดง นาคี 2

เรียกได้ว่าเจอกระแสกดดันหนักมาก สำหรับสองพระนางคู่จิ้น “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” หลังมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าทั้งคู่จะร่วมแสดงในภาพยนตร์ภาคต่อของละครฮิตแห่งปี “นาคี 2” ภายใต้การกำกับของผู้จัดละครมากฝีมือ “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์”

ล่าสุด ในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ทั้งสองพระนาง “ณเดชน์ ญาญ่า” ก็ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงฟีดแบคดราม่าในหมู่คนดูเกี่ยวกับการรับบทนำในครั้งนี้ โดยทั้งคู่ยอมรับว่าส่วนตัวแล้วทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ได้มีโอกาสร่วมงานในภาพยนตร์ภาคต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เป็นแฟนละครเรื่องนาคีอยู่แล้ว พร้อมออกปากไม่ได้รู้สึกกดดันกับเสียงวิจารณ์แต่อย่างใด เพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีทั้งคนที่อยากดูและไม่อยากดูในทุกๆ ผลงาน

ผ่านกระแสกดดันที่จะเปิดตัวว่าเราเป็นนักแสดงคู่เรื่องนี้แน่นอนแล้ว ?
ญาญ่า : “ตื่นเต้นค่ะ อย่างที่บอกว่าหนูเป็นคนที่ติดละครเรื่องนาคีมาก แล้วหนูก็เพิ่งได้รู้เร็วๆ นี้เหมือนกันค่ะว่าจะได้แสดงหนังค่ะ ก็โชคดีมากจริงๆ ค่ะ ก็กดดันค่ะ กดดันอยู่แล้วทุกๆ เรื่อง ไม่มีเรื่องไหนไม่กดดันค่ะ แต่อันนี้เป็นหนังเรื่องแรกด้วย”

พอทราบกระแสก่อนหน้านี้ที่มีออกมาทั้งที่อยากดูและไม่อยากดูไหม ?
ญาญ่า : “มันเป็นเรื่องปกติค่ะ มันก็จะมีคนที่อยากดูบ้างไม่อยากดูบ้าง ในทุกเรื่องที่เราเล่นกันค่ะ”

เวอร์ชั่นละครเขาทำดีมาก ?
ญาญ่า : “ดีมากค่ะ ดีมากจริงๆ มันท้าทายอยู่แล้ว และเราต้องพูดอิสานด้วย ก็โชคดีหน่อยเพราะว่ามันเป็นละครปัจจุบัน”

หลายคนมองว่าหน้าลูกครึ่ง ?
ญาญ่า : “มันเป็นละครปัจจุบันค่ะ ก็ฝึกพูดภาษาอีสานค่ะ ตอนนี้ต้องเริ่มแล้ว โชคดีที่มีพี่ณเดชน์ ก็คือพอฟังรู้เรื่องเกือบทุกอย่าง หลังจากนี้ก็ต้องเรียนเรื่องสำเนียงการออกเสียงค่ะ

ต้องคุยภาษาอีสานกับน้องไหม ?
ณเดชน์ : “ยังไม่รู้อะไรเลยครับ บทยังไม่รู้เลย แต่ถ้าได้อยู่ด้วยกัน ก็คงมีบอกกันบ้างครับ แต่ว่ามั่นใจว่าทางพี่อ๊อฟน่าจะมีเวิร์คช้อปอยู่แล้วครับ ที่ตัดสินใจรับเล่นคือหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็อยากมีส่วนร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไหนก็ตาม มันเป็นเรื่องที่ภาคแรกมันดีมากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นภาคที่สองมันไม่ใข่เรื่องยากเลยในการตัดสินใจรับเล่นภาพยนตร์หรือละครเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นอะไรที่สนุกและเป็นประสบการณ์ที่ดีและจะสร้างความประทับใจให้กับคนดูได้ในมุมมองของพี่อ๊อฟอย่างแน่นอนครับ”

เราซีเรียสไหมที่เราอาจจะไม่ได้เป็นคู่หลัก ?
ณเดชน์ : “ไม่ซีเรียสครับ พอได้ทราบเนื้อเรื่องคร่าวๆ มันมีอะไรที่สำคัญกว่าอยู่แล้วในหนังของเรื่องนี้”

ถามถึงกระแสละครเล่ห์ลับสลับร่าง ?
ณเดชน์ : “ครับผม ก็สนุกดีนะครับ สนุกดี ฉากเลิฟซีนก็ไปละครขำๆ นะครับ สบายๆ ในช่วงเวลานี้”

ฟีดแบกดีหลายคนบอกว่าณเดชน์เป็นสาวแล้ว ?
ณเดชน์ : “ผมว่าหลายๆ คนคงอยากดูตอนที่เราสลับร่างกัน แต่จะเป็นอย่างไรสำหรับร่างแล้ว ต้องมีอะไรที่ต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกก็ต้องรอดูครับ ฉากจูบไม่มีแล้วครับ พอสลับร่างแล้วหมดแล้ว อดเลยครับ”

ญาญ่า : “ก็ยากค่ะ ด้วยความที่เป็นคอมเมดี้ พี่หนุ่มก็อยากให้มันดูเยอะ มันต้องมช้อารมณ์ล้วนๆเลย และทำยังไงก็ได้ให้เราตัวใหญ่ มันยาก แต่ว่าสนุกค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ จริงๆ ค่ะ ก็เป็นอีกรสหนึ่งที่ได้เล่นค่ะ”

เรื่องนี้ณเดชน์เปิดโชว์หุ่นเยอะ ?
ณเดชน์ : “ใช่ครับ ด้วยความที่เราเป็นตำรวจด้วย พี่หนุ่มเขาอยากให้ดูมีความดิบ เลยมีโอกาสได้ปิดบอดี้แต่ไม่ได้มีอะไรเยอะครับ”

ส่วนหนึ่งมีกระแสบอกว่าเราไม่เปรี้ยง เพราะเราต่างคนต่างแยกไปประกบคู่กังนักแสดงคนอื่นแล้ว ?
ณเดชน์ : “อันนี้ผมก็ไม่ทราบ ต้องให้คนดูเป็นคนตัดสิน เราก็มีหน้าที่ทำในส่วนของการแสดงของเราให้สุดความสามารถแล้ว ต่อไปก็เป็นองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะตัดสินแล้วกันครับ”

เรามีละครคู่กันอีกเรื่อง กังวลไหม ?
ญาญ่า : “ของพี่แอนปีหน้าค่ะ มีเวลาให้เว้นอยู่แล้วค่ะ แต่ละเรื่องมันต่างกันมากเลยค่ะ ”

มีคนมาตั้งกระทู้แบบนี้มันทำให้เราซีเรียสไหม ?
ญาญ่า : “สำหรับหนูอย่างที่พี่ณเดชน์บอกว่าทุกๆ เรื่องหนูไม่ได้คิดว่ากำลังเล่นกับพี่ณเดชน์ เราเล่นกับตัวละครที่แตกต่างกันไป เราก็พยายามแบบสุดๆ ไปทุกๆ เรื่อง ก็หวังว่าคนดูจะดูตรงจุดนั้นมากกว่าค่ะ”

มีคนเห็นไปทานข้าวด้วยกันมา ?
ญาญ่า : “อ๋อ ไปกับทางบ้าน วันเกิดน้าหนูเลยฉลองล่วงหน้า”

ถือโอกาสพาพี่ณเดชน์ไปเปิดตัวด้วยเลย ?
ญาญ่า : “ไปกินข้าวค่ะ”
ณเดชน์ : “ก็รู้จักครับ รู้จักนานแล้ว ไม่เขินครับ ก็ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองครับ”

พ่อเฒ่าศรีสะเกษร้อง ลูกสาวหายตัวลึกลับกว่า 1 เดือน คาดถูกอุ้มฆ่าล้างหนี้

พ่อเฒ่าศรีสะเกษร้อง ลูกสาวหายตัวลึกลับกว่า 1 เดือน คาดถูกอุ้มฆ่าล้างหนี้

ดาวน์โหลด (1)

พ่อเฒ่าศรีสะเกษ ร้องทุกข์ลูกสาวหายตัวลึกลับกว่า 1 เดือน คาดถูกอุ้มฆ่าล้างหนี้ วอนตำรวจช่วยตามหา

นายบุญมี อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.16 บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าร้องทุกข์หลัง น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนายบุญมี และ หลานของ นายบัวกัน รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ได้หายตัวไปพร้อมด้วยรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยปล่อยทิ้งให้ลูกสาว อายุ 8 ขวบ อยู่กับพ่อและตายายมานานกว่า 1 เดือนแล้วด้าน นายบัวกัน กล่าวว่า หลัง น.ส.จุฑาภรณ์ไปส่งลูกสาวที่ ร.ร.อนุบาล พอช่วงตอนเย็นของวันเดียวกัน น.ส.จุฑาภรณ์ ได้โทรศัพท์แจ้งให้ นายบุญมี ไปรับลูกสาวให้ด้วย หลังจากนั้น น.ส.จุฑาภรณ์ได้หายตัวไปโดยไม่ยอมรับโทรศัพท์จากครอบครัวอีกเลย ซึ่งนายบุญมี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 โดยก่อนหน้านี้ มีนายทหารคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้เขาพระวิหาร ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาภรณ์

ทั้งที่นายทหารคนดังกล่าวมีภรรยาอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์ หายตัวไป จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ พบว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของแม่นายทหารคนดังกล่าวหลายครั้ง รวมทั้งมีการส่งไลน์มาขอให้ญาติพี่น้องโอนเงินให้ครั้งละ 20,000 บาท จำนวนหลายครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 300,000 บาท

โดยที่ น.ส.จุฑาภรณ์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของญาติพี่น้องแต่อย่างใด ซึ่งปกติ น.ส.จุฑาภรณ์เป็นคนที่รักลูกสาวมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงคาดว่าลูกสาวอาจจะโดนคนมีสีอุ้มไปฆ่าล้างหนี้ เพราะว่าเคยเข้าไปทวงหนี้กับคนมีสีคนหนึ่งที่ยืมเงินไปจำนวนมาก แล้วไม่ยอมส่งคืน เนื่องจากคนมีสีดังกล่าวมีพฤติกรรมในการติดการพนันฟุตบอลอย่างหนักและมีหนี้สินรุงรัง

ยันด้วยภาพ พยานชี้ “หมีควายตะบบ” คนไม่ได้แหย่ก่อน

ยันด้วยภาพ พยานชี้ “หมีควายตะบบ” คนไม่ได้แหย่ก่อน

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzYwNy8zMDM5MDcwL25ld3MwMS5qcGc=

ซามพ์โดเรีย คว้า แกสตัน รามิเรซ กองกลางอุรุกวัย จาก มิดเดิ้ลสโบรช์ เรียบร้อยล้ว แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ แต่อย่างใด หลัง “สิงห์แดง” ต้องหล่นไปเล่นในศึกแชมเปี้ยนชิพในซีซั่นนี้

ซามพ์โดเรีย สโมสรแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา เซ็นสัญญาคว้าตัว แกสตัน รามิเรซ มิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัย จาก มิดเดิ้ลสโบรช์ สโมสรแห่งศึกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ มาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา

แข้งวัย 26 ปี ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาร่วมทีม โบโร่ แบบยืมตัวเมื่อเดือนมกราคม 2016 และช่วยให้ “สิงห์แดง” เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายทีมเป็นการถาวรในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

หลังจาก โบโร่ ตกชั้น รามิเรซ ที่ยิง 9 ประตูจาก 40 นัดกับ “สิงห์แดง” ก็ตกเป็นข่าวย้ายจากถิ่นริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม อย่างต่อเนื่อง โดยมี เรอัล เบติส สโมสรแห่งศึกลา ลีกา สเปน แสดงความสนใจคว้าตัวไปร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม แข้งจอมเทคนิคตัดสินใจบอกปัดทีมจากแดนกระทิงดุ เนื่องจากมองว่าจะทำให้ตัวเองได้รับค่าเหนื่อยน้อยลง ทว่าล่าสุดนักเตะก็จรดปากกาเซ็นสัญญาย้ายร่วมทีม ซามพ์โดเรียก โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมืองอุบลฯอพยพชาวบ้านแล้ว-ร้อยเอ็ดยังอ่วม

เมืองอุบลฯอพยพชาวบ้านแล้ว-ร้อยเอ็ดยังอ่วม

801938-01

มวลน้ำจากเขื่อนลำปาว ทะลักเข้าเมืองอุบลฯ กระทบไปเกือบครึ่งพันคน อพยพแล้ว 115 ครัวเรือน พร้อมเร่งติดเครื่องผลักดันน้ำระบายลงโขง ขณะร้อยเอ็ดยังอ่วม! ประกาศภัยพิบัติยกจังหวัด 20 อำเภอ

นายสมชัย คล้ายทับทิม นายอำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่าขณะนี้มวลน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และเขื่อนราษีไศล จ.ศรีษะเกษ เริ่มเข้ามาในพื้นที่แล้ว ทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบในเขตพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำ โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองแจระแม รวมแล้วมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ กว่า 100 ครัวเรือน ประมาณ 400 คน ส่วนพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าว ได้รับผลกระทบแล้วเกือบ 1 หมื่นไร่

โดยทาง นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ขอสนับสุนนเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด โดยในวันนี้ (6 ส.ค.) ทางกรมชลประทาน ได้เตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 22 เครื่อง บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตยในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งตอนนี้มีระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง โดยบริเวณนี้จะเป็นจุดรวมน้ำที่ไหลมาจากตอนบน อาทิ ลำปาว ลำน้ำยัง แม่น้ำชี ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่เทศบาลนครอุบลราชธานี อพยพและขนย้ายสิ่งของขึ้นมาที่จุดอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วกว่า 5 ชุมชน รวม 115 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนห้วยม่วง จำนวน 40 ครัวเรือน ชุมชนวัดสว่าง (หลังเรือนจำ) จำนวน 15 ครัวเรือน ชุมชนวัดบูรพา1 (บ่อบำบัด) จำนวน 20 ครัวเรือน ชุมชนวัดบูรพา2 (หลังวัดศรีประดู่) จำนวน 10 ครัวเรือน และชุมชนบ้านทัพไทย จำนวน 30 ครัวเรือน

รถบรรทุก 6 ล้อ วิ่งฝ่าสายฝน มองไม่เห็นทาง พุ่งชนกระบะดับยกครัว 5 ศพ

รถบรรทุก 6 ล้อ วิ่งฝ่าสายฝน มองไม่เห็นทาง พุ่งชนกระบะดับยกครัว 5 ศพ

801855-01

กิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ วิ่งฝ่าสายฝน มองไม่เห็นทางพุ่งชนกระบะดับ ยกครัว 5 ศพ

ร.ต.อ.สุพล ดุมกลาง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 81-2599 หนองบัวลำภู ชนติดอัดก๊อปปี้กับรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ หมายเลขทะเบียน ผผ-1579 ขอนแก่น สภาพพังยับเยิน และจากการตรวจสอบภายในรถกระบะพบผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 คน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากรถท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่องร.ต.อ.สุพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตซึ่งโดยสารมากับรถกระบะทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายผล ถุงนอก อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 ม.19 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ,นายอรรถพล หัศภาคย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 555/189 ม.10 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น , ด.ช.ศิวกร หัสภาคย์ อายุ 15 ปี ,ด.ญ.ชลธิชา ถุงนอก อายุ 13 ปี และ ด.ช.สาธิต ถุงนอก อายุ 13 ปี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างของผู้เสียชีวิตที่โดยสารมากับรถออกมาและส่งไปชันสูตรที่ รพ.ชุมแพ

พร้อมทั้งควบคุมตัวนายภักดี คำเรือง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 ม.9 ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู คนขับรถบรรทุกซึ่งได้รับบาดเจ็บไว้เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ชุมแพ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ขณะที่ผู้เสียชีวิตนั้นญาติได้มาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาแล้ว ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหากับคนขับรถบรรทุกว่าขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งจะมีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ด้าน นายภักดี ให้การว่าขับบรรทุกคันดังกล่าวซึ่งบรรทุกหม้อน้ำรถยนต์เก่าจาก จ.นครราชสีมา เพื่อนำส่งให้กับลูกค้าที่ จ.หนองบัวลำภู โดยใช้เส้นทาง ชุมแพ-สีชมพู-หนองบัวลำภู โดยเมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุฝนตกลงมาอย่างหนัก พบรถปิคอัพคันดังกล่าวซึ่งวิ่งสวนทางเสียหลักจอดขวางกลางถนนอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้พุ่งชนอย่างแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ