คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

รอยส์เพื่อนหริดจ์! สถิติเผย ‘รอยส์’ เจ็บบ่อยจนชวดเล่นให้ต้นสังกัดรวมกันนานกว่า 2 ปี

มาร์โก รอยส์ ปีกรูปหล่อของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องบาดเจ็บไม่ต่างจาก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าของ ลิเวอร์พูล ล่าสุดมีสถิติเผยว่านับตั้งแต่ปี 2009 มาร์โก รอยส์ ชวดลงสนามให้ต้นสังกัดเพราะอาการบาดเจ็บรวมกันนานกว่า 2 ปี รวมถึงชวดติดทีมชาติเยอรมันลงเล่นรายการใหญ่ๆ อยู่ตลอด

เมื่อเอาระยะเวลาบาดเจ็บของ รอยส์ นับตั้งแต่ประเดิมสนามให้สิงห์หนุ่มในปี 2009 มาคำนวณรวมกันจะพบว่าเขาต้องใช้เวลารักษาตัวนานกว่า 772 วัน ชวดลงสนามให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 70 เกม และ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3 เกม

ขณะที่สถิติบาดเจ็บของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ นั้นใช้เวลารักษาตัวรวมกันน้อยกว่าปีกรูปหล่ออยู่ที่ 579 วัน แต่ต้องชวดลงสนามให้ต้นสังกัดเยอะกว่าที่ 102 เกม

ต้องยอมรับว่าสองคนนี้ล้วนมีพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอลที่อยู่ในระดับท็อป แต่ต้องมาเสียเวลากับการรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง จนไม่สามารถยกระดับการเล่นของตัวเองขึ้นไปอีกขั้นได้ เนื่องจากการลงสนามที่ไม่ต่อเนื่องนั่นเอง

เจาะลึก! “มากิ ชิมะ” สาวสวยลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น,ดีกรีนางแบบ

กลายเป็นที่สนใจของหนุ่มๆชาวไทยในทันที สำหรับ “มากิ ชิมะ” สาวสวยลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่ตามเกาะติดสถานการณ์และสัมภาษณ์ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติไทย ทันทีที่ย้ายไปร่วมทีม คอนซาโดเล ซัปโปโร ต้นสังกัดใหม่ในศึกเจลีก ญี่ปุ่น

โดยทีมงาน Sport MThai ได้ติดต่อซึ่งทราบว่าจริงแล้ว มากิ ชิมะ ไม่ได้ทำงานในด้านสื่อสารมวลชนอย่างที่แฟนบอลไทยเข้าใจ แต่เธอได้รับการทาบทามจากแฟนเพจ “J.League (เจลีก-ลีกฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศญี่ปุ่น)” ให้มาทำหน้าที่สื่อสาร และรายงานความเคลื่อนไหวของ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซึ่งจริงๆแล้วสาวสวยวัย 25 ปีคนนี้ ทำงานอยู่ในวงการบันเทิงในประเทศญี่ปุ่น ส่วนงานดังกล่าวเจ้าตัวได้บินตรงมาจากกรุงโตเกียว และเมื่อเสร็จงานก็เดินทางกลับทันที

มากิ ชิมะ เป็นสาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่เกิดและโตในประเทศไทย โดยมีคุณแม่เป็นคนไทย และพ่อเป็นคนญี่ปุ่น กระทั่งอายุ 18 ปี ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างชัดเจน แม้ภาษาอังกฤษเจ้าตัวยอมรับว่าไม่ถนัดนัก แต่กำลังฝักใฝ่ที่จะเรียนภาษาจีนเพิ่มอีกหนึ่งภาษา

โดยเธอผ่านการประกวดให้กับหลายเวที แต่ที่สร้างชื่อจนโด่งดังคือการประกวดหญิงสาวที่สวมใส่กางเกงยีนส์สวยที่สุด และก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทหน้าใหม่ จากการประกวด Best Jeanist Award Grand Prix 2013 ขณะเดียวกันยังเคยร่วมประกวด Miss World Japan 2014, 2014 Miss Tourism World Japan (Popularity&Photogenic), 2014Miss Empireof Japan และ Miss Grand Japan 2015 ซึ่งยึดอาชีพนางแบบและงานโฆษณาเป็นหลักในปัจจุบัน โดยมีฉายาว่า “นางแบบหลายหน้า”

ปี 2017 : ปีแห่งการกลับมาเกิดใหม่ของ 2 ตำนาน นาดาล และ เฟเดอเรอร์

นับตั้งแต่ที่ โนวัก ยอโควิช ก้าวขึ้นมาครองบัลลังก์มือหนึ่งโลก หลายคนคงมองว่ายุคสมัยของ ราฟาเอล นาดาล และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในวงการเทนนิสอาชีพน่าจะมาถึงขาลงแล้ว คนแรกด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เต็มร้อยเหมือนแต่ก่อน คนหลังด้วยอายุอานามที่มากขึ้นตามวัย

แต่กลับกลายเป็นว่าในปี 2017 นี้ นักหวดระดับตำนานทั้ง 2 คน กลับชวนให้แฟนๆ ลูกสักหลาดได้ย้อนรำลึกไปถึงการขับเคี่ยวกันอย่างไฟแลบเหมือนกับเมื่อราวๆ 10 ปีก่อน แค่เริ่มต้นแกรนด์สแลมแรกของปี นาดาล กับ เฟเดอเรอร์ ก็เข้าชิงกันเองอย่างสุดเซอร์ไพรส์แล้ว ก่อนที่จะเป็นรายหลังที่ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง

ทั้งคู่ยังตอกย้ำความยอดเยี่ยมของตัวเองเข้าไปอีก กับ 3 แกรนด์สแลมที่เหลือ ราชาคอร์ตดินอย่าง นาดาล ได้คืนสู่บัลลังก์อีกครั้ง และยังถือเป็นการคว้าแชมป์ เฟร้นช์ โอเพ่น สมัยที่ 10 ของเขาด้วย ขณะที่ เฟเดอเรอร์ ก็ไม่น้อยหน้า สแลมคอร์ตหญ้าที่เขาเคยครอบครองมาตลอดก็ได้ประกาศศักดากันอีกครั้งใน วิมเบิลดัน จากนั้นใน ยูเอส โอเพ่น ก็เป็น นาดาล ที่สอยไปเชยชม สรุปแล้วแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ ได้สนุกกันอยู่แค่ 2 คนนี้เอง

ความสุขของแฟนเทนนิสที่ชื่นชอบทั้งคู่ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เมื่อมีรายการแข่งขันที่เพิ่งประเดิมเป็นปีแรกอย่าง เลเวอร์ คัพ ซึ่งจับเอานักเทนนิสยุโรปกับส่วนที่เหลือของโลกมาแบ่งทีมดวลกัน ไฮไลท์อยู่ที่การลงสนามในประเภทคู่ นาดาล กับ เฟเดอเรอร์ ได้จับคู่พาร์ทเนอร์กันเป็นครั้งแรก ถ้าเทียบกับวงการฟุตบอลแล้ว ก็เหมือนกับการไปจับเอา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ มาเล่นทีมเดียวกันอย่างนั้นเลย

หรือไม่มีปาฏิหาริย์!? เปิดสถิติ-เหตุผลที่ “โค้ช ซิโก้” เตรียมตกงาน

กลายเป็นประเด็นเดือดปุดๆ เมื่ออดีตกุนซือทีมชาติไทยที่กำลังเก้าอี้ร้อนในฐานะกุนซือใหญ่แห่งทัพ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ออกโรงประกาศขอล้ม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ให้ได้ หากทำไม่สำเร็จได้กล่าวเป็นนัยยะว่า “สงสัยคงต้องยื่นซองขาวแล้ว”

แม้เกมดังกล่าว การท่าเรือ เอฟซี จะได้เปิดรังเล่นในแพท สเตเดียม ทว่าก็ไม่ได้เป็นต่อมากนัก เมื่อสถิติที่รวบรวมมาแทบไม่มีอะไรให้น้ำหนักมากพอให้ การท่าเรือ เอาชนะในเกมนี้ หรือว่าโอกาสในการคุมทีมต่อของ “โค้ช ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะไม่มีปาฏิหาริย์อีกแล้ว…

1. สถิติและตัวเลขไม่เคยโกหกใคร เพราะโอกาสในการคุมทีมระดับสโมสรของ “โค้ชซิโก้” ที่ไม่มากมายนัก เคยได้วางหมากดวลมันสมองกับ ชลบุรี เอฟซี มาแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งมีสถิติที่ไม่เคยชนะ แบ่งเป็นเสมอ 2 และแพ้ 1
– ปี 2008 ชลบุรี เอฟซี 4-1 จุฬา ยูไนเต็ด
– ปี 2008 จุฬา ยูไนเต็ด 0-0 ชลบุรี เอฟซี
– ปี 2012 บีบีซียู เอฟซี 0-0 ชลบุรี เอฟซี

2. สถานการณ์ในทีมที่ไม่สู้ดีนัก เนื่องจาก “โค้ชซิโก้” คุมทีม การท่าเรือ เอฟซี ไปแล้วกว่า 9 นัด เอาชนะได้เพียง 1 นัด ที่เหลือเสมอ 3 และแพ้ 5 นัด พร้อมสร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำด้วยการพาทีมไร้ชัยในลีก 6 เกมติดต่อกัน ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในรอบ 36 ปีของสโมสรเลยทีเดียว

3. เกมเหย้าภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชซิโก้” ได้มีโอกาสโชว์ผลงานนั้น เสียประตูไปถึง 8 ลูกจาก 4 นัด และเสียประตูทุกนัดเห็นได้ชัดว่าเกมรับมีปัญหา แต่อย่างไรก็ตามก็ยังสามารถยิงกลับมาได้ 8 ประตูเช่นกัน (แพ้ แบงค็อก 0-3), (ชนะ ไทยฮอนด้า 3-1), (แพ้ เชียงราย 1-2), (เสมอ สุโขทัย 3-3)

4. ชลบุรี เอฟซี เป็นทีมที่อันตรายต่อโค้ชอย่างแท้จริง เพราะจากสถิติทั้ง 11 รายที่ถูกปลดและถูกโยกย้ายไปรับตำแหน่งอื่นในปี 2017 นั้น มีโค้ชที่ถูกปลดเหตุจากความพ่ายแพ้ต่อ “ฉลามชล” ถึง 3 คน ได้แก่ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย (ไทยฮอนด้า) , เฉลิมวุฒิ สง่าพล (ศรีสะเกษ เอฟซี) และ แซร์โจ ฟารีอาส (สุพรรณบุรี เอฟซี) ซึ่งถือว่าทำให้โค้ชตกงานมากที่สุดในปีนี้เลยทีเดียว

บอลเอ็นเตอร์เทน!! เปิดสถิติ คล็อปป์ คุมหงส์กด สกอร์สูง ยิงรวม5เม็ดต่อเกมมากสุดในลีก

Sky Sports สื่อกีฬาชื่อดังของ อังกฤษ เปิดสถิติสุดเร้าใจในการคุมทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์

บิ๊กบอสสายเฮฟวี่เมทัลของ ลิเวอร์พูล สำหรับผลงานการยิงประตูได้+เสีย 5 ลูกขึ้นไปในแต่ละเกมของศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่ง “หงส์แดง” ถือเป็นฝ่ายครองแชมป์สถิติดังกล่าว ด้วยการยิงประตูได้+เสีย 5 ลูกขึ้นไป นับตั้งแต่ที่ คล็อปป์ เข้ามาคุมถึง 17 เกมด้วยกัน

โดยปัจจุบัน ลิเวอร์พูล กำลังถูกวิภาควิจารณ์เรื่องผลงานการเสียประตูง่ายๆของ ผู้รักษาประตู และกองหลัง แต่อย่างไรก็ตามด้วยความร้ายกาจของบรรดาผู้เล่นเกมรุกก็สามารถกู้หน้าพังประตูคืนจนลดคำตำหนิของแนวรับลงไปได้ อีกทั้งการพลาดคว้าตัว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ เซ็นเตอร์แบ็คขวัญใจ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผลงาน(เกมรับ)ของ “หงส์แดง” ยังดูไม่เข้าที่เข้าทางอยู่ในเวลานี้

ขณะเดียวกัน อันดับ 2 ของสถิติดังกล่าวเป็นของ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ที่ทำประตูได้+เสีย ในแต่ละเกมรวมกัน 5 ลูกขึ้นไปถึง 14 นัด ตามมาด้วยอันดับ 3 ร่วมอย่าง สเปอร์ส และวัตฟอร์ด ทำสถิติไป 12 เกม ซึ่งสถิติดังกล่าวทาง สกาย สปอร์ตส นับตั้งแต่ที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ย้ายมาคุมทีม ลิเวอร์พูล ในเดือน ตุลาคม ปี 2015

ชุดปัจจุบันติด 8 คน!! 10 อันดับ สุดยอดการเซ็นสัญญาของ ลิเวอร์พูล ใน 10 ปีหลังสุด

talkSPORT สื่อกีฬาชื่อดังของ อังกฤษ จัดอันดับ 10 สุดยอดการซื้อนักเตะของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในช่วง 10 ปีหลังสุด

โดยมีนักเตะที่กำลังค้าแข้งอยู่ในยุคปัจจุบันภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ถูกใส่ชื่อเข้ามาอยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ถึง 8 รายด้วยกัน

10 อันดับ สุดยอดการเซ็นสัญญาของ ลิเวอร์พูล ใน 10 ปีหลังสุด

อันดับ10.) เจมส์ มิลเนอร์ : ค่าตัว ฟรี จากสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ปี2015)
อันดับ9.) เกล็น จอห์นสัน : ค่าตัว 17.5 ล้านปอนด์ จากสโมสร พอร์ทสมัธ (ปี2009)
อันดับ8.) อดัม ลัลลาน่า : ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ จากสโมสร เซาแธมป์ตัน (ปี2014)
อันดับ7.) โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : ค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์ จากสโมสร โรม่า (ปี2017)
อันดับ6.) โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ : ค่าตัว 29 ล้านปอนด์ จากสโมสร ฮอฟเฟ่นไฮม์ (ปี2015)
อันดับ5.) จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : ค่าตัว 20 ล้านปอนด์ จากสโมสร ซันเดอร์แลนด์ (ปี2011)
อันดับ4.) แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ : ค่าตัว 12 ล้านปอนด์ จากสโมสร เชลซี (ปี2013)
อันดับ3.) ซาดิโอ มาเน่ : ค่าตัว 34 ล้านปอนด์ จากสโมสร เซาแธมป์ตัน (ปี2016)
อันดับ2.) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ : ค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ จากสโมสร อินเตอร์ มิลาน (ปี2013)
อันดับ1.) หลุยส์ ซัวเรซ : ค่าตัว 22.7 ล้านปอนด์ จากสโมสร อาแจ็กซ์ (ปี2011)

ยุคสมัยของเขา! เปิดสถิติหลัง แฮร์รี่ เคน ซัดประตูให้ อังกฤษ ได้อีกครั้ง

แฮร์รี่ เคน เพิ่งจะซัดประตูให้กับทีมชาติ อังกฤษ อีกครั้ง โดยล่าสุดเป็นการยิงใส่ ลิธัวเนีย จากลูกจุดโทษ ช่วยให้ทีมสิงโตคำรามบุกเอาชนะไป 1-0 ปิดฉาก

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดสุดท้าย ได้อย่างสวยงาม ขณะที่การส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายครั้งนี้ของดาวยิงจาก ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ได้สร้างสถิติอะไรเอาไว้บ้าง ลองมาดูกัน…

สถิติหลังจบเกมอังกฤษบุกชนะลิธัวเนีย 1-0
– อังกฤษทำสถิติคว้าชัยเหนือลิธัวเนียทั้ง 4 เกมที่พบกัน โดยมียอดการทำประตูรวม 10 ลูก และไม่เสียเลยสักลูก
– อังกฤษแพ้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น จากการเล่นเกมเยือน 32 นัดหลังสุดในวันอาทิตย์ โดยที่เหลือแบ่งเป็นชนะ 20 ครั้ง และเสมอ 11 ครั้ง
– แฮร์รี่ เคน ยิงได้ทั้ง 4 เกม ที่เขารับบทกัปตันให้กับทีมชาติอังกฤษ
– แฮร์รี่ เคน ยิงไปแล้ว 15 ประตู จากการลงสนาม 10 เกมหลังสุด ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
– แฮร์รี่ เคน ยิงไปแล้ว 43 ประตู จากการลงสนาม 37 เกมในปี 2017 ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
– 11 ประตูหลังสุดของทีมชาติอังกฤษ มาจากการยิงของนักเตะ สเปอร์ส ถึง 8 ลูก

เรียกได้ว่านี่เป็นยุคสมัยของ เคน และ สเปอร์ส โดยแท้จริง ซึ่งแฟนๆ ไก่เดือยทองก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าทุกวันนี้พวกเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมระดับหัวแถวของยุโรปได้แล้ว

เกิดมาเพื่อสิ่งนี้!! เปิดสถิติสุดโหดของ มินโญเลต์ หลังเซฟจุดโทษช่วยหงส์บุกคว่ำจิ้งจอก

ซิมง มินโญเลต์ นายด่านมือหนึ่งของ ลิเวอร์พูล ทำสถิติเซฟจุดโทษนับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” ในปี 2013 จากการโดนล่อเป้าทั้งหมด 15 ครั้ง สามารถป้องกันได้ถึง 7 ลูก (ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ) ซึ่งถือเป็นสถิติที่เหนือกว่าผู้รักษาประตูคนอื่นๆทั้งหมด จาการเปิดเผยข้อมูลของ Opta

โดยสถิติดังกล่าว(โดนส่องจุดโทษ15เซฟ7) เพิ่งจะถูกเพิ่มเข้ามาในเกมล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเฉือนชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-2 หลังจากมือกาวทีมชาติ เบลเยี่ยม วัย 29 ปี พลาดท่าหวด เจมี่ วาร์ดี้ ล้มลงไปกองในกรอบเขตโทษ(นาที73/สกอร์ ลิเวอร์พูล นำ 3-2) ก่อนที่ วาร์ดี้ จะเป็นคนลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหาร แต่ดันยิงเน้นพลังไปที่กลางประตู ก่อนจะถูก มินโญเลต์ ที่ไม่ได้พุ่งไปไหนทุบทิ้งออกไปได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้ “หงส์แดง” คว้า 3 แต้มกลับออกมาจากถิ่น คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ได้อย่างสุดแสนจะหืดจับ

ทั้งนี้ ซิมง มินโญเลต์ ถูก ลิเวอร์พูล ในยุคการคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คว้าตัวมาร่วมทัพตั้งแต่ฤดูกาล 2013/14-ปัจจุบัน โดยลงสนามเฝ้าเสาให้กับ “หงส์แดง” เป็นจำนวน 187 นัด โดนคู่แข่งยิงทะลวงตาข่าย 219 ประตู และรักษาคลีนชีท(ไม่เสียประตูใน90นาที)ได้ 60 เกม ด้วยกัน

เปิดหัวสวยงาม!! ผุดสถิติ เจอร์ราร์ด คุมทัพ หงส์น้อย U18 ลงสนาม7นัด ไร้ความพ่ายแพ้

ถือเป็นการออกสตาร์ทประเดิมงานใหม่ที่ร้อนแรงไม่น้อยเลยทีเดียว!! สำหรับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางกัปตันทีมขวัญใจสาวก “เดอะค็อป” โดยเริ่มงานเป็น ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ชุด U18 ในฤดูกาล 2017/18 เป็นจำนวน 7 นัด จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยพบกับความแพ้เลยแม้แต่เกมเดียว

โดย กุนซือหนุ่มวัย 37 ปี ควบสองตำแหน่งระหว่างการเป็น ผู้จัดการทีม ชุดU18 และทีมชุดลุยศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก(ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเยาวชน)ต้องใช้ผู้เล่นที่มีอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่ง เจอร์ราร์ด ทำสถิติพาลูกทีมลงสนามไปแล้วทั้งหมดทุกรายการ 7 นัด ชนะ4 เสมอ3 รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงของศึก พรีเมียร์ลีก ชุดU18 แบบไร้พ่าย พร้อมกับขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก อยู่ในเวลานี้

ผลงานของ เจอร์ราร์ด ตั้งแต่รับหน้าที่เป็น ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ชุดเยาวชน

11 สิงหาคม 2017 ปะทะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ : ผล 1-1 (เยือน/พรีเมียร์ลีก)
19 สิงหาคม 2017 ปะทะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส : ผลชนะ 3-2 (เหย้า/พรีเมียร์ลีก)
25 สิงหาคม 2017 ปะทะ นิวคาสเซิล : ผล 2-2 (เหย้า/พรีเมียร์ลีก)
9 กันยายน 2017 ปะทะ สโต๊ค ซิตี้ : ผล 2-2 (เหย้า/พรีเมียร์ลีก)
13 กันยายน 2017 ปะทะ เซบีย่า : ผลชนะ 4-0 (เหย้า/ยูฟ่า ยูธ ลีก)
16 กันยายน 2017 ปะทะ มิดเดิ้ลสโบรห์ : ผลชนะ 4-3 (เหย้า/พรีเมียร์ลีก คัพ)
22 กันยายน 2017 ปะทะ เอฟเวอร์ตัน : ผลชนะ 3-1 (เหย้า/พรีเมียร์ลีก)
เกมต่อไป.. 26 กันยายน 2017 ปะทะ สปาร์ตัก มอสโก : (เยือน/ยูฟ่า ยูธ ลีก)

นายเปลี่ยนไป! มาร์ติเนซ กับมุมมองต่อ ลูกากู หลังย้ายไป แมนฯ ยูไนเต็ด

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมชาติเบลเยียม แสดงความเห็นต่อ โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยบอกว่าตัวนักเตะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นพอสมควร นับตั้งแต่ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาเมื่อช่วงซัมเมอร์

“ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัว ลูกากู พอสมควร นับตั้งแต่ที่เขาย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขายังเป็นนักเตะหนุ่มก็จริง แต่เขาสามารถรับมือกับความคาดหวังได้สบายๆ เลย” มาร์ติเนซ กล่าว

“ผมเห็นชัดเลยว่าตอนนี้เขากำลังมีความสุขมากๆ กับการลงเล่นให้กับทีมที่เล่นแล้วมีความผิดพลาดน้อยมาก เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่มักจะตั้งเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้อยู่เสมอ และคุณก็คงเห็นแล้วว่าเขากำลังเดินมาถูกทางแล้ว”

มาร์ติเนซ นั้นเคยร่วมงานกับ ลูกากู ทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยรับหน้าที่คุมทีม เอฟเวอร์ตัน ช่วงปี 2013 จนถึงปี 2016 ทำให้เขารู้จักกับดาวยิงรายนี้เป็นอย่างดี

สำหรับทีมชาติเบลเยียม มีโปรแกรมลงเตะ ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โดยจะออกไปเยือน บอสเนียฯ ในคืนวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย