กังหันสีส้มปลด ‘บลินด์’ พ้นตำแหน่งกุนซือหลังทีมเสี่ยงตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018

กังหันสีส้มปลด ‘บลินด์’ พ้นตำแหน่งกุนซือหลังทีมเสี่ยงตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018

สหพันธ์ฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ประกาศปลดแดนนี่ บลินด์ ออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา เพียง 1 วันหลังจากทีมกังหันลมพลิกพ่ายให้บัลแกเรีย 0-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มเอ จนทีมรั้งอันดับ 4 ของตาราง มีเพียง 7 คะแนน จาก 5 นัด ตามหลังฝรั่งเศส จ่าฝูง ถึง 6 คะแนน มีโอกาสสูงที่จะไม่ผ่านรอบคัดเลือกบอลถ้วยรายการใหญ่เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากพลาดตั๋วลุยศึกฟุตบอลยูโร 2016 ไปก่อนหน้านี้

บลินด์วัย 55 ปี ซึ่งเข้ามารับช่วงคุมทีมอัศวินสีส้มต่อจากกุส ฮิดดิ้งก์ ในเดือนกรกฎาคมปี 2015 กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เสียใจกับการตัดสินใจของสหพันธ์ในครั้งนี้ เพราะมองว่าลูกทีมกำลังมาถูกทางในเกมพบกับบัลแกเรีย เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เป็นอย่างที่ต้องการเท่านั้น

ทั้งนี้ เฟร็ด กริม ผู้ช่วยโค้ชทีมชาติจะทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพในเกมอุ่นเครื่องพบอิตาลีที่อัมสเตอร์ดัม ในวันที่ 28 มีนาคม ระหว่างที่สหพันธ์กำลังมองหาโค้ชคนใหม่

“เฟเดอเรอร์” บู๊ “เดล ปอโตร” ที่ไมอามี

ศึกเทนนิสเอทีพี ทัวร์ และ ดับบลิวทีเอ ทัวร์ รายการ ไมอามี โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สนามเดอะ เทนนิส เซนเตอร์ แอต แครนดอน ปาร์ค ในคีย์ บิสเคน, ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

ประเภทชายเดี่ยว รอบ 2 โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มือวางอันดับ 4 ของรายการชาวสวิตเซอร์แลนด์ ไร้ปัญหาเอาชนะ ฟรานซิส ติอาโฟ มือ 101 โลกจากสหรัฐ 7-6 (7-2), 6-3 แต่นัดหน้างานหนักไม่น้อย เมื่อต้องดวลกับ ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร ชาวอาร์เจนตินาที่เอาชนะ โรบิน ฮาส จากฮอลแลนด์ 6-2 6-4

คู่อื่นน่าสนใจ สแตน วาวรินกา (สวิตเซอร์แลนด์, มือ 1) ชนะ โฮราซิโอ เซบายอส (อาร์เจนตินา) 6-3, 6-4, บอร์นา คอริช (โครเอเชีย) ชนะ โดมินิก เธียม (ออสเตรีย, มือ 6) 6-1, 7-5, เดวิด กอฟฟิน (เบลเยียม, มือ 8) ชนะ ดาเรียน คิง (บาร์บาโดส) 7-5, 6-1, โทมัส เบอร์ดิช (เช็ก, มือ 10) ชนะ อังเดร รูเบลเยฟ (รัสเซีย) 6-3, 6-2, นิค คีร์กอส (ออสเตรเลีย, มือ 12) ชนะ ดาเมียร์ ซุมเฮอร์ (บอสเนีย) 6-4, 6-3

ประเภทหญิงเดี่ยว รอบ 3 อักเนียสกา รัดวันสกา มือ 5 จากโปแลนด์ พลาดท่า เมียร์ยานา ลูซิช-บาโรนี มือ 26 จากโครเอเชีย 0-6, 3-6 นับเป็นการแพ้ บาโรนี หนที่ 2 ของปีนี้ หลังจากที่เคยแพ้ตกรอบ 2 ออสเตรเลียน โอเพ่น เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

คู่อื่นที่น่าสนใจ คาโรไลนา พลิสโควา (เช็ก, มือ 2) ชนะ ยูเลีย พูตินต์เซวา (คาซัคสถาน) 7-5, 6-3, โดิมนิกา ซิบุลโควา (สโลวะเกีย, มือ 4) ชนะ เคิร์สเตน ฟลิปเกนส์ (เบลเยียม) 6-2, 6-3, การ์บิน มูกูรูซา (สเปน, มือ 6) ชนะ จาง ฉ่วย (จีน) 4-6, 6-2, 6-2, คาโรไลน์ วอซเนียคกี (เดนมาร์ก, มือ 12) ชนะ โซรานา เคิร์สเตีย (โรมาเนีย) 6-4, 6-2

สองหอกช้างศึกเปิดใจก่อนเปิดรังรับ ซาอุฯ ศึกคัดบอลโลก

สองหัวหอกทีมชาติไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ สิโรจน์ ฉัตรทอง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่จะเปิดรังรับการมาเยือนของ ซาอุดิอาระเบีย ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย

ช้างศึก เป็นทีมเดียวที่ยังไม่ชนะใครจาก 5 นัดที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านี้สามารถประเดิมเก็บ 1 คะแนนแรกได้แล้วด้วยการเปิดบ้านเสมอทีมแกร่งอย่าง ทีมชาติออสเตรเลีย มาได้ 2-2 จะลงสนามต้อนรับการมาเยือนของ ซาอุดิอาระเบีย ทีมจ่าฝูงของกลุ่มบี

ขณะที่ “ธีรศิลป์” ให้สัมภาษณ์ก่อนพบกับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ว่า “สภาพจิตใจเราค่อนข้างดีครับนัดล่าสุดเราก็มีแต้ม (เสมอ ทีมชาติออสเตรเลีย 2-2) แล้วเราก็ทำได้ดีในเกมนั้น มันเป็นความมั่นใจต่อเนื่อง”

“ไม่มีเกมไหนที่ง่าย เราไม่เคยมองข้ามนัดไหน เราเต็มที่ทุกนัด ถึงแม้เราจะมีญี่ปุ่นรอเราอยู่ก็ตาม แต่นัดนี้มันก็สำคัญเหมือนกันครับ”

ส่วน สิโรจน์ ฉัตรทอง อีกหนึ่งกองหน้าคนสำคัญ กล่าว่วา “ฝากแฟนบอลชาวไทยเชียร์เราด้วยนะครับ ถามผมกี่ครั้งก็จะบอกว่าแฟนบอลชาวไทยเป็นกำลังใจสำคัญที่สุด ถ้าขาดพวกคุณไปไม่รู้จะเตะให้ใครดู ก็หวังว่าจะมาเต็มสนามนะครับ”

สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 6 วันที่ 23 มีนาคมนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. ต่อด้วยบุกเยือน ทีมชาติญี่ปุ่น ในเกมนัดที่ 7 วันที่ 28 มีนาคมต่อไป

‘สิงโต’ อัด ‘ลิธัวเนีย’ 2-0 คัดบอลโลก 5 นัดไม่เสียประตู

เจอร์เมน เดโฟ กับ เจมี วาร์ดี ยิงคนละประตูพาทีมชาติอังกฤษ เปิดบ้านเอาชนะ ลิธัวเนีย 2-0 เก็บเพิ่มอีก 3 แต้มรั้งจ่าฝูงคัดบอลโลกกลุ่มเอฟ โดยผ่านไป 5 นัดยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่มเอฟ ประจำวันที่ 26 มี.ค. นัดที่ 6 เป็นการพบกันในคู่ระหว่าง “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์พบกับ ลิธัวเนีย

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง เจอร์เมน เดโฟ เป็นหอกตัวเป้าผนึกกำลังร่วมกับ อดัม ลัลลานา, เดเล อัลลี และ ราฮีม สเตอร์ลิง ขณะที่กัปตันทีมเปลี่ยนมือไปเป็น โจ ฮาร์ท นายด่านมือ 1 ของทีม

เปิดฉากเกมขึ้นมาเป็นอังกฤษ เปิดเกมรุกได้มากกว่าและมาได้ประตูออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 22 ราฮีม เสตอร์ลิง กระชากหนี วาอิตคูนาส ก่อนเปิดให้ เดโฟ ยิงเข้าไปเลยพร้อมกับเป็นประตูแรกในรอบ 4 ปีในนามทีมชาติของเขาอีกต่างหาก

จากนั้นอังกฤษ ยังครองบอลบุกได้มากกว่าแต่ไม่สามารถบวกสกอร์เพิ่มได้ และช่วงทดเจ็บ ลิธีวเนีย เกือบตีเสมอ จากจังหวะโต้ลกบักลางสนาม สลิฟกา หลุดเดี่ยวโหม่งข้ามหัว โจ ฮาร์ท ไปแล้วแต่ยังดีที่ จอห์น สโตนส์ มาเคลียร์จากเส้น ทำให้จบครึ่งแรก อังกฤษ ยังนำอยู่ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลังอังกฤษยังเดินหน้าบุกแหลกและมาได้ประตูทิ้งห่าง 2-0 วอลเกอร์ จ่ายให้ ลัลลานา ก่อนจะเบิ้ลต่อให้ วาร์ดี ตัวสำรองหลุดเดี่ยวก่อนยิงโล่งๆไม่เหลือซาก

เวลาที่เหลือ อังกฤษ คุมสถานการณ์ได้หมดแต่ไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกมการแข่งขัน อังกฤษ เอาชนะ ลิธัวเนีย 2-0 เก็บสามแต้มเต็มรั้งจ่าฝูงของกลุ่มต่อไปมี 13 แต้มแถมยังไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นมีดังนี้

กลุ่ม ซี :

อาเซอร์ไบจาน แพ้ เยอรมนี 1-4

ซาน มารีโน แพ้ สาธารณรัฐ เช็ก 0-6

กลุ่ม อี :

อาร์เมเนีย ชนะ คาซัคสถาน 2-0