ความตายของสื่อสิ่งพิมพ์ ความท้าทายของสังคมอนาคต

เป็นความท้าทายยิ่งของสังคมสมัยใหม่…ที่กำลังก้าวเดินไปสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 สังคมของโลกดิจิตอล สังคมที่โลกเชื่อมต่อกันด้วยโครงข่ายอิเลคทรอนิคส์ หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม โลกของสังคมโซเชียลมีเดีย

%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e

ความเชื่อของของสังคมกระแสหลักเชื่อว่า คิดว่า สังคมเราจำเป็นต้องมุ่งหน้าไปสู่สังคม อิเลคทรอนิคส์มากขึ้น ๆ ในทุกมิติของชีวิตของสังคม ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การผลิต การสังสรรค์ ฯลฯ ซึ่งภาพของสังคมในอนาคตจะเป็นอย่างไรเป็นสิ่งที่ยากแก่การคาดเดาได้

แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้น และถือว่าเป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจที่สุด น่าตระหนกที่สุด…ก็คือ นวัตกรรมที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนวัตกรรมที่ล้ำค่า ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบศตวรรษ ที่ผ่านมากำลังจะตาย กำลังจะหาย กำลังจะกลายเป็นสิ่งของไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโดยรวมอีกต่อไปนั้นก็คือ…สื่อสิ่งพิมพ์

“หนังสือ” สื่อที่บรรจุสาระที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบหลายร้อยปี สื่อที่ทำหน้าที่ในการสร้างสรรค์ รังสรรค์ปัญญาให้กับมวลมนุษย์ชาติ มานานแสนนาน ผ่านรูปแบบต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดี ทั้ง หนังสื่อพิมพ์ วารสาร นิตยสาร พ็อกเก็ตบุ๊ค หรือแม้กระทั้ง แผ่นพับ กำลังจะล้มหายตายจากไปจริงๆหรือ…?

วันนี้ เราได้ยินข่าวการปิดตัวของสื่อสิ่งพิมพ์บ่อยขึ้น ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทสาระและ บันเทิง ในขณะที่ พ็อกเก็ตบุ๊ค ก็มีน้อยรายมากที่จะมีการตีพิมพ์หนังสือออกมาแล้วขายดิบขายดี ได้เหมือนก่อนหน้า

การทยอยล้มหายของสื่อสิ่งพิมพ์ ในเมืองไทย ยิ่งน่าสนใจยิ่ง ว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อภาพรวมของสังคมไทยอย่างไรบ้าง

ในยุคที่ผ่านมา สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นขุมคลังแห่งปัญญาที่ถ่ายทอดให้กับคนในสังคม นอกเหนือจากสังคมในสถาบันการศึกษา ก็คือ สื่อสิ่งพิมพ์ ต่างๆ หนังสือในทุกรูปแบบ เป็นเสมือนหน้าต่างของการเปิดโลกทัศน์ของผู้คนให้ได้พบกับสิ่งใหม่ สิ่งที่ต่อยอดความรู้เดิม ขยายโลกทัศน์ของเราให้กว้างขวางเป็นปัญญาชน เป็นผู้ที่มีความคิดกว้างไกล แต่วันนี้ หนังสื่อต่างๆเหล่านั้นกลับทยอยปิดตัวลง เหมือนหน้าต่างไม้บานเก่าที่ถูกปิดลงๆ ไป

จริงอยู่ว่า ปัจจุบัน เรามีสื่อสมัยใหม่ ที่ทันสมัยและสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว เชื่อมโยงเชื่อมต่อได้ทั่วโลกเปรียบเสมือนหน้าต่างหลายมิติ …แต่…คำถามก็คือ….คนปัจจุบันใช้หน้าต่างเหล่านี้ เพื่ออะไร….? สามารถปลูกถ่ายภูมิปัญญาให้กับคนได้มากน้อยเพียงใด…? คนปัจจุบันใช้หน้าต่างเหล่านี้เพื่อสร้างความรู้ความสามารถกันมากน้อยเพียงใด …ใช้หน้าต่างเหล่านี้เพื่อความบันเทิง เพื่อสนองความต้องการพื้นฐาน อยากรู้เรื่องของเหล่าคนดัง มากน้อยเพียงใด…?

สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายยิ่งของสังคมไทย….ที่เรามุ่งจะไปสู่ยุค 4.0 ยุคของการปฏิวัติอุสาหกรรมไปสู่ยุคดิจิตอล…ซึ่งเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆกำลังเดินหน้าไปไม่หยุดยั้ง แต่ คนของเราพร้อม และ เลือกที่จะใช้เครื่องมือมาสร้างภูมิปัญญา เพื่อสร้างสังคมในรูปแบบใดในอนาคต…เป็นสิ่งที่ท้าทายยิ่ง

พ่อแม่โวยร.ร.ปล่อยชายแปลกหน้ารับลูกสาวไปข่มขืน

นายภูมิ และ นางอ้อม สองสามีภรรยา ชาว จ.ปทุมธานี ร้องเรียนว่า ตนมีบุตรสาวชื่อ น้องลำไย (นามสมมุติ) วัย 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 โดยน้องได้เล่าว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปโรงเรียนตามปกติ ขณะนั้นได้มีชายแปลกหน้าเป็นวัยรุ่นขับจักรยานยนต์มาจอดหน้าโรงเรียนแล้วแจ้งครูว่าจะขอรับ เด็กหญิงลำไย พร้อมอ้างว่าผู้ปกครองให้มารับและจะมาส่งคืน

%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3-%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5

ต่อมาตนและภรรยาได้ไปรับลูกที่โรงเรียน และสอบถามครู พร้อมขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งครูประจำชั้นจำได้ว่า ชายคนก่อเหตุเคยเป็นอดีตนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ และเรียนจบไปจนมีครอบครัวแล้ว ต่อมาตนจึงแจ้งไปทาง สภ.หนองเสือ ก่อนไปจับกุมตัวชายที่มารับตัวลูกสาวไปได้ที่บ้านพัก ทราบชื่อ นายสมชาย อายุ 21 ปี

โดยเบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเกิดอารมณ์จึงมารับเด็กนักเรียนที่ไม่รู้จักกันพาไปข่มขืนในซอยเปลี่ยว บริเวณถนนเลียบคลองสิบสี่ ห่างจากโรงเรียนกว่า 10 กม. หลังข่มขืนเสร็จได้ขู่เด็กว่าหากนำเรื่องไปบอกครูหรือพ่อแม่จะฆ่าให้ตาย จนเด็กกลัวจึงได้โทรศัพท์แจ้งพ่อแม่ให้มารับกลับบ้าน และจะไม่ขอเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้อีกต่อไป

ด้าน สองสามีภรรยา กล่าวว่า ตนข้องใจว่าเหตุใดโรงเรียนจึงปล่อยให้นักเรียนไปกับคนอื่นทั้งที่ไม่ใช่พ่อแม่ และตนกลัวว่าคดีนี้จะมีการวิ่งเต้นช่วยเหลือกัน จึงเตรียมจะไปร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยเหลือด้านคดีต่อไป

ขณะที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์จากแพทย์ซึ่งจะทราบภายใน 1 เดือน ส่วนผู้ต้องหาฝากขังอยู่ในเรือนจำธัญบุรี และได้คัดค้านการประตัว พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาในคดีนี้ มีคดีข่มขืน คดีพรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครอง และข่มขู่จะทำร้ายด้วยอาวุธ เมื่อพยานหลักฐานครบก็จะส่งฟ้องต่อไป

ฮ.ทหารขัดข้องลงจอดฉุกเฉิน ค่ายนราธิวาส ไฟลุกไหม้

%e0%b8%ae-%e0%b8%97%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%89%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89

ระทึก! เฮลิคอปเตอร์ทหารขัดข้อง ลงจอดฉุกเฉิน ค่ายนราธิวาส ไฟลุกไหม้ – ผบ.ฉก.นธ. ยืนยัน จนท. ปลอดภัยเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา มีรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ลงจอดฉุกเฉิน ภายในหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ทั้งนี้พบว่า มีไฟลุกไหม้ทั่วทั้งลำ เบื้องต้น พ.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ผบ.ฉก.นธ.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากการตรวจสอบพบว่า นักบินและผู้โดยสารทั้งหมดปลอดภัย เนื่องจากสามารถออกมาได้ทัน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสาเหตุที่ทำให้เครื่องขัดข้องเกิดจากอะไร

ด้าน พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยกับสำนักข่าว

ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากการตรวจสอบคาดว่า ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะลงจอดที่ความสูงประมาณ 1 เมตร ได้เกิดเหตุขัดข้อง จนทำให้เฮลิคอปเตอร์หมุน จนต้องขอลงจอดฉุกเฉิน โดยยืนยันว่า ไม่ได้รับรายงานว่ามีความสูญเสียเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

หมอพรทิพย์ ชี้ผ่าศพธวัชชัย ครั้ง 2 สภาพเปลี่ยนแล้ว

หมอพรทิพย์ พร้อมพิสูจน์การตาย ‘ธวัชชัย’ หลังถูกเชิญร่วมสอบ ชี้ผ่าศพได้ต้องมีผลนิติเวชตำรวจออกมาก่อน ผ่าครั้ง 2 พยาธิสภาพเปลี่ยนหมดแล้ว

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a

แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตามที่คณะกรรมการของกระทรวงยุติธรรม ได้เชิญตนเองเข้าร่วมเป็นกรรมการ ร่วมสอบข้อเท็จจริง การเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล ที่เสียชีวิตในห้องคุมขังของดีเอสไอ ซึ่งในรายละเอียดนั้น ตนเองยังไม่ทราบว่าหน้าที่มีอะไรบ้าง แต่ปกติแล้ว จะต้องตรวจสอบผลการชันสูตร เพื่อสรุปสาเหตุการตายที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งตนเองได้ย้ำกับทางดีเอสไอที่นำศพมาเก็บไว้ว่าจะต้องแช่เย็นเอาไว้ เพื่อให้สภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด

โดยกำหนดการผ่าพิสูจน์ในครั้งที่สองนั้น จะต้องรอให้ผลการชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ออกมาก่อน ดังนั้นจะไม่ใช้ช่วงนี้แน่ ไม่เช่นนั้นอาจะเกิดความคลาดเคลื่อนได้ ส่วนที่ผ่าผลการผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 2 จะเหมือนกับครั้งแรกหรือไม่นั้น ตอบได้เลยว่าไม่เหมือน เพราะสภาพพยาธิของศพเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา อาทิ เลือดที่ออกจากตับแตก ก็คงตรวจสอบไม่ได้แล้วว่าออกมาเยอะหรือไม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ ยังกล่าวอีกว่า การเชิญแพทย์ผู้ผ่าศพครั้งแรก คือ สถาบันนิติเวชวิทยา มาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยนั้น ส่วนตัวเห็นว่าควรจะมาร่วม เพราะจะได้คลี่คลายข้อสงสัยไปพร้อม ๆ กัน หากจะบอกว่าอาจจะทำให้สำนวนคดีสับสนนั้น ยืนยันว่าเป็นคนละประเด็นกัน การชันสูตรศพนั้นต้องเป็นอิสระทางคดี

ลูกเลี้ยงทรพี! โมโหหิวอาละวาดเผาบ้านวอด หมาแมวตายกว่า 10 ตัว

พ.ต.ท.อำนาจ ประเทือง สารวัตรเวร สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ที่บริเวณบ้านเลขที่ 291 ม.1 ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบไฟกำลังไหม้ลุกลาม จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมือง เทศบาลบ้านกล้วย และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารภัย ให้รีบดับไฟก่อนที่จะลุกลาม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เพลิงจึงสงบลง ส่วนตัวบ้านนั้นถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง

%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b5-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b2

จากการสอบสวน นายมนตรี อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ที่บ้านอาศัยอยู่กับลูกสาว ลูกเลี้ยง และหลาน แต่ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ลูกสาวของตนรีบออกไปรับหลานแต่ลืมหุงข้าวไว้ ขณะที่ลูกเลี้ยง คือ นายมนัสชัย อายุ 47 ปี กลับมาบ้านเห็นว่าไม่มีข้าวจึงอาละวาดด้วยความโมโห แล้วจุดไฟเผาบ้านจนลุกลามเสียหายทั้งหลัง ขณะเดียวกันเห็นนายมนัสชัย วิ่งออกมาจากบ้านไปหลบอยู่บริเวณศาลเจ้าป่าเจ้าเขาตรงข้ามบ้านก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม

นายมนตรี พรหมรุ่ง กล่าวว่า ปกติแล้วนายมนัสชัย ดื่มสุราเป็นประจำทุกวัน พอดื่มเข้าไปจนเมาก็จะกลับกลายเป็นคนละคน ขาดสติ ชอบโมโห เสียงดัง ตวาดใส่คนในบ้าน และเคยขู่ว่าจะเผามามาแล้วหลายครั้ง ส่วนข้าวของที่เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า พระเครื่อง และที่น่าสลดใจคือ แมว 10 ตัว และสุนัขอีก 2 ตัว ถูกไฟคลอกตายคากองเพลิง รวมถึงทำให้หลานของตนทั้ง 2 คน ที่เรียนอยู่ชั้น ป.4 และชั้นอนุบาล 1 ต้องมารับเคราะห์กรรมไปด้วย เพราะไม่สามารถเก็บข้าวของ หนังสือเรียนอะไรออกจากกองไฟได้ทัน เหลือเพียงเสื้อผ้าติดตัวเท่านั้น ส่วนค่าเสียหายคาดว่าประมาณ 3 แสนบาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายมนัสชัย ไปยังสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองชัยนาท เพื่อทำการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปc

ชายชราใช้ศาลาพักศพเป็นที่นอน

ชาวบ้านขนหัวลุกได้ยินเสียงงานเลี้ยงฉลองกลางป่าช้า อีกทั้งชายไร้บ้านนอนพักศาลาขอให้นำกลับอยู่ไม่ได้แล้ว

ชายชราใช้ศาลาพักศพเป็นที่นอน 1

เมื่อผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหัวหน้ากู้ภัยมูลนิธิพุทธธรรมสงเคราะห์บ้านฉางถึงเรื่องเล่าสุดสะพรึงถึงเหตุการณ์ชวนหัวลุก เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เคยนำชายไร้บ้านไปพักอาศัยชั่วคราวยังศาลาพักศพ ภายในสุสานสุขนิรันด์ ช่วงเทศกาลปีใหม่พร้อมทั้งส่งข้าวส่งน้ำให้กับชายไร้บ้าน และติดตามหาญาติไปพร้อมกัน

แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ที่นำอาหารไปส่งให้ชายไร้บ้าน ได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่าตนเอง “ได้ยินเสียงคล้ายมีงานเลี้ยงฉลองกันอย่างสนุกสนานบริเวณชายป่ากันทั้งคืนก่อนที่จะเงียบหายไปก่อนฟ้าสาง

พร้อมกับบอกว่าอยู่ไม่ได้แล้วช่วยเอาลุงไปที่อื่นทีเถอะ สร้างความสะพรึงให้กับเจ้าหน้าที่ที่นำอาหารไปส่งในเช้าวันต่อมา

รายงานระบุว่าบริเวณชายป่าที่ชายไร้บ้านพูดถึงเป็นสถานที่ตั้งของหลุมฝังศพไร้ญาติอยู่จำนวนเกือบสองร้อยศพ พร้อมทั้งศพเด็กอีกกว่า 30 ศพซึ่งในหลุมเป็นศพที่ทางมูลนิธินำมาฝังไว้เพื่อรอการดำเนินการจัดทำพิธีล้างป่าช้าตามประเพณี อีกทั้งชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงป่าช้ายังเคยได้ยินเสียงงานเลี้ยงบริเวณนั้นประจำ โดยเฉพาะวันสำคัญ เช่นคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แทบทุกปี

อย่างไรก็ตาม ชายไร้บ้านที่พักอยู่ในศาลาเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้ตามหาญาติจนพบแล้ว และส่งกลับบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ตามลำดับ

Gclub ผ่านเว็บ บริการเล่นพนันสด ตลอด 24 ชั่วโมง

Gclub ผ่านเว็บ

          Gclub ผ่านเว็บ บริการเล่นพนันสด ซึ่งถ่ายทอดสดจาก คาสิโน ปอยเปต ในประเทศกัมพูชา Call center บริการตลอด 24 ชั่วโมง

          Gclub ผ่านเว็บ ตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กัมพูชา ซึ่งเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลายาวนาน มีเกมส์ยอดฮิตมากมายให้เลือกเล่น จีคลับจะโด่งดังด้าน บาคาร่า บาคาร่าประกันภัย สดแบบ Realtime วินาทีต่อวินาที สามารถเล่นได้ง่ายๆ ผ่านเว็บ เล่นผ่าน มือถือ สมาร์ทโฟน ได้แบบไม่จำกัด เล่นได้ทุกเวลาที่ต้องการเล่น

          เชิญสัมผัสประสบกาณ์สุดสมบูรณ์แบบ

ทั้งภาพ และ เสียงที่คมชัด สมจริงสนุกและตื่นเต้นไปกับการเล่นคาสิโนออนไลน์สด ๆ

“Gclub ผ่านเว็บ เล่นได้ จ่ายเลย จ่ายตรง จ่ายจริง”

ส่งตรงผ่านทางหน้าจอของท่าน สะดวก สบายในการเข้าถึง เข้าเล่นได้ทั้ง โทรศัพย์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน็ตบุ๊ค ,แท็บเล็ต, ipad,iphone แค่อุปกรณ์ต่อเน็ตได้ ก็เล่นได้แล้ว

          Gclub ผ่านเว็บ นอกจากนี้ เรายังเปิดให้บริการเดิมพันผ่านระบบออนไลน์

รูปแบบ E-Game Real-Time ระบบปฏิบัติการแบบเวลาจริง ถ่ายทอดสดส่งตรงจาก คาสิโน เขตปอยเปรต ประเทศกำพูชา จากสถานที่จริง พร้อมสามารถวางเดิมพันได้หลากหลายช่องทาง สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมให้บริการตลอก 24 ชม

 

สมัคร Gclub ได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน

www.gclubcasinoonline.com

Royal1688 เกมที่เปลี่ยนรูปแบบการเล่น

Royal1688 เกมที่เปลี่ยนรูปแบบการเล่น1

คนส่วนมาก มักจะชอบอะไรที่ตื่นเต้น และก็ชอบที่จะทำอะไรที่ให้ความสนุกกับเรานั้นเองครับ และสิ่งที่ให้สิ่งนั้นกับเราได้นั้น ผมก็ต้องขอบอกครับว่าเป็น royal1688 เท่านั้นครับ และคาสิโนนี้ก็ยังพร้อมไปด้วยเกม และก็หลักสูตรการเล่นให้เราได้อ่าน และก็ ได้เล่นมากมายเลยครับ และคาสิโนนี้ ก็ได้มีเว็บพนันที่ผมชอบเล่นอย่างมากครับ และเว็บนั้นก็คือ https://royal1688.mators.com และเว็บนี้เอง ก็ได้มีสูตรการเล่นเกมพนันอย่าง บาคาร่า royal1688 ให้ผมได้อ่านครับ และสูตรที่ว่านั้นก็คือ

1. การเล่นแบบที่เลือกเล่นในเวลาที่ตัวเองว่าง จะทำให้เรา เล่นได้อย่างเต็มที่
2. อ่านเกมให้ออก และก็ต้องใจเย็นในขณะที่เล่นเกมด้วยนะครับ จะทำให้เราเอาชนะเกมได้ง่ายๆ
3. ให้สร้างสูตรการเล่นขึ้นมาใช้เองบ้าง และก็ให้เอาสูตรเดิมๆมาเล่นบ้าง เพื่อที่จะฝึกฝีมือการเล่นได้ครับ