ซิ่งจยยเกี่ยวล้มกระบะทับดับสยอง

ซิ่งจยย.เกี่ยวล้มกระบะทับดับสยอง

พ.ต.อ.วัฒนา จันทาทุม ผกก.สภ.บ้านแท่น พร้อมด้วยพ.ต.ต.ไตรวิทย์ แก้วชนะ สว.สส. ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยสว่างพุทธธรรม จุดบ้านแท่นว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บนถนนสาย 2187 บ้านแท่น-ภูเขียว บริเวณช่วงหมู่บ้านหลุบค่ายหมู่ 5 ต.สามสวนอ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่โตโยต้าสีบรอนส์ หมายเลขทะเบบียน ฒถ 4818 กทม. ของบริษัทซ่อมเครื่องมือแพทย์แห่งหนึ่งใน กทม. ซึ่งล้อหน้าด้านคนขับเหยียบกลางลำตัวของ ด.ช.แก๊ป (นามสมมติ) อายุ 15 ปี อยู่ ต.หนองคู อ.บ้านแท่น เสียชีวิตห่างออกไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า หมายเลขทะเบียนกวช 981 ชัยภูมิ ลักษณะแต่งซิ่งล้มคว่ำอยู่กลางถนนพังยับเยิน

ด้าน พ.ต.ต.ไตรวิทย์ แก้วชนะ พนง.สอบสวน สภ.บ้านแท่น ได้สอบสวน นายทัศสันต์ ชาว จ.เชียงใหม่ คนขับรถยนต์กระบะที่เหยียบเด็กเสียชีวิตครั้งนี้ เล่าว่า ระหว่างที่ตนเองพร้อมด้วยลูกน้อยวัย 2 ขวบและ 4 ขวบกำลังขับรถจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าไป รพ.บ้านแท่น ไปซ่อมอุปกรณ์ทางการแพทย์

ขณะที่ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุสังเกตเห็นมีวัยรุ่น 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตีคู่วิ่งสวนเลนขึ้นมา และเกิดเสียหลักเกี่ยวกันต่อหน้าต่อตา จนรถจักรยานยนต์คันหนึ่งล้มลงกลางถนน ทั้งคนและรถกระเด็นไปคนละทาง ส่วนผู้ตายได้กลิ้งข้ามเลนมาอย่างเร็วและกะทันหัน จึงทำให้ตนเบรครถเอาไว้ไม่ทัน แล่นเหยียบทับร่างเข้าอย่างจัง นายทัศสันต์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าหากตัวเองหักรถหลบอาจจะชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกน้อย 2 คน ที่นั่งมาด้วยเช่นกัน

นาทีชีวิต เด็กติดในลิฟท์โรงเรียนดัง

เด็กติดในลิฟท์โรงเรียนดัง

เด็กนักเรียนโรงเรียนดังติดลิฟท์นานนับชั่วโมงก่อนเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 26 ก.ค. 59 ร้อยเวร ร.ต.อ.อนุพงษ์ พวงพี่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุ มีเด็กนักเรียนติดลิฟท์เหตุเกิดภายในห้องพักในโรงเรียนชื่อดังในพัทยา หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่าง รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุตรวจภายในห้องพักตามที่ได้รับแจ้งบริเวณชั้น 6 ของตัวอาคารหอพักด้งกล่าว ทางเจ้าหน้าสว่างนำอุปกรณ์ ตัดถ่างเข้าช่วย จากการงัดเข้าไปแล้วเห็นสภาพเด็กผู้หญิง 2 คนกำลังจะหมดสติ หลังขาดอากาศหายใจ เจ้าจึงหน้าจึงเร่งช่วยเป็นการด่วน ก่อนจะช่วยออกมาได้แล้วปฐพยาบาลในเบื้องต้นก่อนคลือนย้ายส่ง รพ.บางละมุง
ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ธันยภรณ์ อายุ 17 ปี และเพื่อนอีกคนทราบชื่อคือ น.ส.เกศมณี อายุ 17 ปี

จากการถามทั้งสองให้การว่า ทั้งสองคนได้พักอยู่หอพักด้านหลังโรงเรียนแล้วนัดกันจะไปเดินเล่นตลาดเมืองจำลอง ก็ได้พากันเดินเข้าลิฟท์จากชั้น 6 เพื่อจะลงมาด้านล่าง ระหว่างที่เดินเข้าไปในลิฟท์ จู่ๆ เกิดไฟตก แล้วลิฟท์ก็หยุดทำงานไป ชึ่งติดอยู่ข้างในนานนับชั่วโมง ก่อนจะมีเจ้ามาช่วยออกมาได้ดังกล่าว
ส่วนสาเหตุด้านเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ และเตือนให้เจ้าของพักเร่งตรวจสอบกันไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้อี

รวบลูกชายใช้ขวานฆ่าพ่อโมโหนึกว่าเอาที่นาไปขาย

ทหาร1

เมื่อเวลา 10.00 น. สภ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งเหตุลูกชายใช้ขวานจามพ่อเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่ง ม.17 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว หลังก่อเหตุคนร้ายขี่รถจยย.หลบหนีไป

ที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นายชิน อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว สภาพศพถูกฟันจามด้วยขวาน ศีรษะเกือบแบะ เลือดไหลนอง สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน นุ่งผ้าโสร่งลาย นอนหงายข้างสำรับข้าว เสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายใหญ่ อายุ 33 ปี เป็นบุตรชายของผู้เสียชีวิต

     เราคือคาสิโนที่เล่น บาคาร่าออนไลน์ ได้ที่บ้าน ผ่านเว็บ คาสิโนออนไลน์ หนึ่งในบริการดีๆ ที่ออกแบบมาเพื่อท่านลูกค้าโดยเฉพาะ เว็บเราได้ตั้งมั่นในหลักของความถูกต้อง บริสุทธิ์ใจ และเถรตรงอย่างเปิดเผย พร้อมกับให้ทุกๆ ท่านได้พนันขันต่อกันอย่างเต็มที่ โดยนักเดิมพันจะได้สนุกและลุ้นรับเงินโบนัส แจ๊กพ๊อตมากมาย ผ่านตัวเกมส์ที่ท่านเลือกเล่นได้ง่ายๆ ที่นี่ที่เดียว

เว็บไซต์ gclubcasinoonline.com

จากการสอบถาม เพื่อนบ้าน ทราบว่า ผู้เสียชีวิตเลิกกับภรรยาแล้วอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็มีนายใหญ่ ลูกชายที่ปกติอยู่กับแม่ แต่ก็ไปๆ มาๆ บ้านพ่อเป็นประจำ โดยทราบว่าทั้งสองมีปากเสียงเรื่องที่นาบ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุก็เช่นกัน นายใหญ่เกิดความไม่พอใจ จึงใช้ขวานจามนายชินถึงแก่ความตาย ขณะนั่งกินข้าว และขี่จยย.หลบหนีไป

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนายใหญ่ได้ ที่บ้านแม่ของนายใหญ่เอง ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 17 กม.

จากการสอบสวน นายใหญ่ ให้การรับสารภาพว่า ตนเข้าใจว่าผู้เป็นพ่อจะเอาที่นาไปขาย แทนที่จะยกให้กับตน แต่เพิ่งมาทราบภายหลังว่าพ่อไม่ได้ขายที่นา แต่เอาที่นาไปให้หลานเช่า และเอาข้าวมาแบ่งกัน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป

DSI เผย สหรัฐรวบตัว “เณรคำ” รอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

เกรคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงความคืบหน้ากรณี เณรคำ ว่า ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทางสหรัฐอเมริกาว่า ได้รับตัวเณรคำไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด, กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ของทางการสหรัฐอเมริกา ซึ่งรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง เบื้องต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

สำหรับ “เณรคำ” หรือ นายวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้ถูกขับให้พ้นจากสมณเพศ เนื่องจากมีการประพฤติไม่เหมาะสม ตั้งแต่ภาพการนั่งเครื่องบินส่วนตัว ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม อีกทั้งยังทำผิดวินัยสงฆ์อย่างรุนแรง ต้องอาบัติปาราชิก จนกลายเป็นที่อื้อฉาวเมื่อปี 2556 ก่อนจะหลบหนีการจับกุมของดีเอสไอไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

นายวิรพล มีคดีติดตัวรวม 5 คดี โดยคดีแพ่ง ได้แก่ คดีฉ้อโกงประชาชน และคดีฟอกเงิน ส่วนคดีอาญา ได้แก่ คดีกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี คดี พรากผู้เยาว์ และคดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

หวิดเป็นลมถูกหวยรางวัลที่1แถมเลขท้าย2ตัวอีก6ใบ

หวย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ก.ค.) นายธนนท์ อินตรา อายุ 39 ปี เจ้าของร้านอาหาร ในตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับภรรยา นำล็อตเตอรี่ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2559 หมายเลข 499764 จำนวน 1 ใบ ได้เงินรางวัล 6 ล้านบาท เข้าลงบันทึกประจำวัน ไว้เป็นหลักฐาน ที่สภ.เมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังถูกลอตเตอรี่ รางวัลเลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 55 อีกจำนวน 6 ใบ

นายธนนท์ บอกว่า ได้ซื้อลอตเตอรี่เลขชุดหมายเลขท้าย 64 ทั้งหมด จำนวน 5 ใบ จากร้านค้าใกล้ กับเชิงสะพานแม่ข่า ย่านถนนระแกง ในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อมีการประกาศผลรางวัลพบว่าถูกรางวัลที่ 1 เพียงใบเดียว แต่สร้างความดีใจ และตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จนหน้าซีดเกือบจะเป็นลม จนต้องมานั่งตั้งสติ

ส่วนเงินที่ได้ส่วนหนึ่งจะนำไปทำบุญ ที่วัดใหม่ห้วยทราย ย่านตำบลสุเทพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่ตนเองไปบนพระเจ้าทันใจไว้ ระหว่างที่ไปทำบุญถวายบันไดทางขึ้นพระวิหาร ที่เหลือก็จะเก็บไว้ให้กับครอบครัวทั้งนี้ ระหว่างลงบันทึกประจำวันได้มีนายตำรวจและประชาชนที่มาติดต่อราชการ เข้ามาแสดงความยินดีกับนายธนนท์

ทายาทตัณฑประภาร้องกองปราบอ้างถูกญาติฮุบมรดก700ล้าน

30

(13 ก.ค.) นายสมพล และ นางดวงพร ตัณฑประภา พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กรณีที่ นายสมพล และ นางดวงพร ถูกลูกพี่ลูกน้อง คือ น.ส.เจนสุนันท์ (สงวนนามสกุล) ปลอมพินัยกรรมเพื่อยักยอกมรดกของตระกูล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 700 ล้านบาท ไปแต่เพียงผู้เดียว

นายสมพล กล่าวว่า ทรัพย์สินที่เป็นกองมรดกของตระกูล “ตัณฑประภา” นั้น สืบมาจากรุ่นปู่และย่า คือ ขุนสิทธ์ และ นางลูกอินพร ตัณฑประภา ซึ่งมีลูกด้วยกัน 7 คน หนึ่งในนั้น คือ น.ส.พูลสวัสดิ์ ตัณฑประภา ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของตนเป็นผู้จัดการมรดก แต่ต่อมา น.ส.พูลสวัสดิ์ อาของตนได้เสียชีวิตลง ทาง น.ส.เจนสุนันท์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 ขอเป็นผู้จัดการมรดก

โดยมีการนำพินัยกรรมของ น.ส.พูลสวัสดิ์ ซึ่งเชื่อว่ามีการปลอมแปลงขึ้น ระบุชื่อ น.ส.เจนสุนันท์ เป็นผู้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว มายื่นต่อศาล กระทั่งศาลเห็นควรอนุญาต เพราะเห็นว่าผู้ร้องเป็นทายาทโดยชอบธรรม จึงมีการโอนทรัพย์สินทุกอย่างเป็นชื่อของ น.ส.เจนสุนันท์

กรณีดังกล่าวฝ่ายตนรวมทั้งญาติพี่น้องทุกคนของตระกูล ซึ่งเป็นทายาทโดยตรง ไม่เคยทราบว่ามีการยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกของ น.ส.เจนสุนันท์ โดยมาทราบภายหลัง จึงได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไป จนพบว่าเมื่อปี 2529 มีการปลอมแปลงสูติบัตรของ น.ส.เจนสุนันท์ ซึ่งออกโดยสำนักงานเขตพญาไท ลบชื่อมารดาที่แท้จริงออก นำชื่อของ น.ส.พูลสวัสดิ์ มาสวมเป็นมารดาแทน ทั้งที่ น.ส.พูลสวัสดิ์ เป็นโสด ไม่เคยแต่งงาน มีสามีหรือบุตร แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังมีการปลอมแปลงทะเบียนบ้านที่ออกโดยสำนักงานเขตยานนาวา ขีดฆ่าชื่อมารดาจริง แล้วเขียนชื่อ น.ส.พูลสวัสดิ์ เป็นมารดาของ น.ส.เจนสุนันท์ แทน

ส่วนพินัยกรรมมีการจัดทำขึ้นในขณะที่ น.ส.พูลสวัสดิ์ เข้ารักษาอาการป่วยอยู่ที่ รพ.สมิติเวช เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ระบุข้อความว่า หาก น.ส.พูลสวัสดิ์ ถึงแก่กรรม ขอมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ น.ส.เจนสุนันท์ บุตรของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และขอให้เป็นผู้จัดการมรดกด้วยนั้น ข้อเท็จจริงแล้ว น.ส.พูลสวัสดิ์ ไม่มีสามีและบุตร-ธิดา และไม่ได้มีการจดทะเบียนรับรอง น.ส.เจนสุนันท์ เป็นบุตรบุญธรรม พินัยกรรมฉบับดังกล่าวจึงผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เด็กแว้นหนีสายตรวจเพชรเกษมคว่ำ

201

(10 ก.ค.) พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผู้กำกับการ สน.เพชรเกษม เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ได้เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ซิ่ง หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่สายตรวจของ สน.เพชรเกษม เสียหลักคว่ำ ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 3 ราย โดยเป็นผู้ที่มาขับรถจักรยานยนต์ โดยเด็กแว้นทั้งหมดไม่สวมหมวกกันน็อค และมีตำรวจสายตรวจ จำนวน 2 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย

โดยจุดเกิดเหตุคือ ถนนสุขาภิบาล1 ซ.บางแค 12 สอบถามทราบว่า สายตรวจของ สน.เพชรเกษม พบเห็นกลุ่มเด็กแว้นรวมตัวกันประมาณเกือบ 20 คัน จึงได้ทำการเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้นอาวุธ แต่ปรากฏว่า กลุ่มเด็กแว้นบิดหนีอย่างรวดเร็ว สายตรวจจึงขับรถจักรยานยนต์ไล่ตาม ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนจากภาพวงจรปิด ว่าเด็กแว้นกลุ่มนี้หนีไปลักษณะใด และวิ่งเร็วแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวอีกว่า ขณะนี้อาการของนายตำรวจทั้งสองนายพ้นขีดอันตรายแล้ว ในทางคดียืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เบื้องต้น ถือว่าตำรวจทั้งสองนายอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และจะส่งตัวไปพักรักษาต่อที่ รพ.ตำรวจ ต่อไป

หนุ่มจีนคลั่งห้อยหัวจะตายในท่าหกสูง

กระโดด

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เกิดเหตุชายหนุ่มผู้ป่วยโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เกิดอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุพยายามฆ่าตัวตายด้วยวิธีกระโดดลงมาจากอาคารผู้ป่วย โดยที่เขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า แต่ขาของเขาติดอยู่ลูกกรง ทำให้ร่างห้อยกลับหัวอยู่อย่างน่าหวาดเสียว

ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวานนี้ (2 ก.ค.) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองดองกวน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ต้องวิ่งวุ่นชุลมุนเพื่อช่วยเหลือและเกลี้ยกล่อม คนไข้ชายคนหนึ่ง ไม่สวมใส่เสื้อผ้า พยายามก่อเหตุกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ร่างห้อยหัวอยู่ระหว่างชั้น 5 และ 6 ของอาคาร

ญาติๆ ของชายคนดังกล่าว รวมทั้งหมอและพยาบาลต่างเข้าไปช่วยเกลี้ยกล่อมให้ชายคนดังกล่าวมีสติและกลับเข้ามาภายในอาคาร โดยเจ้าหน้าที่สามารถคล้องเชือก 2-3 เส้น ผูกติดตัวกับร่างคนไข้เอาไว้ ขณะที่เขาปีนออกไปอยู่ขอบตัวอาคาร ด้านนอกลูกกรงตรงระเบียง

เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยมาถึง ต้องเร่งกางเบาะลมนิรภัยรองรับเอาไว้ด้านล่าง ปกป้องหากชายคนดังกล่าวพลัดตกลงมา คนไข้ชายร่างเปลือยคนดังกล่าวก็ยังคงคลุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจค่อยๆ ดึงตัวเขาขึ้นมา ก่อนจะช่วยเหลือได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลทราบว่า คนไข้ชายคนดังกล่าว อายุประมาณ 30 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง ได้มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากที่เขากับภรรยาแยกทางกัน ก็ทำให้เขามีปัญหาและความบกพร่องเกี่ยวกับภาวะทางอารมณ์ ขณะเกิดเหตุเขาได้หลบหนีออกมาจากวอร์ด โดยใช้มีดจี้ตัวเอง และพยายามกระโดดตึกตายดังกล่าว

กินกุ้งทะเลทั้งที ต้องกิน “กุ้งมังกร”

กินกุ้งทะเลทั้งที ต้องกิน “กุ้งมังกร”
กุ้งมังกรอร่อยสุด…สุดต้องมีเจ็ดสี
“บ้านอิสระ” ที่หัวหินเข้ามีให้ท้าพิสูจน์

สงกรานต์ที่ผ่านมา เชฟแดน  กับป้าช้อย ไปเปิบพิสดารที่ร้าน “บ้านอิสระ” ถนนแนบเคหาสน์ เมืองหัวหิน ไปได้เปิบ…ไปได้กินเมนูอร่อยพิสดาร นาน…นานจะได้เปิบกันทีเปิบแล้วติดอกติดใจ ก็ต้องมาเขียนเล่ารายงานเผื่อถ้าท่านผ่านไปหัวหิน อยากแนะนำให้คุณไปกิน เพราะเมนูกุ้งมังกรบางทีมีเงินก็หากินไม่ได้…จริง…จริงครับก่อนที่จะเอามากินกัน ป้าช้อยแกเล่าว่าบรรดากุ้งทะเลด้วยกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกุ้งขาว กุ้งโอดะ กุ้งกุลาดำ หรือกุ้งม้าลาย หรือกุ้งง่าย…ง่ายอย่างแชบ๊วยกุ้งมังกรกร่อยที่ซู้ด!! ไม่ใช่อร่อยเพราะตัวใหญ่ ไม่ใช่อร่อยเพราะเนื้อหนากินแล้ว อู้ฟู้ปาก!!แล้วก็ไม่ใช่อร่อยเพราะหากินยาก
แต่กุ้งมังกรอร่อยม้าก…มาก ก็เพราะความเอร็ดอร่อยมีครบทั้งตัว…นี่ถ้าเปลือกกินได้ ผมก็เชื่อว่า…น่าจะอร่อย
กุ้ง-มังกรกินกุ้งมังกร 7 สี ที่ บ้านอิสระ หัวหิน/สันติ เศวตวิมล”กุ้งมังกรบิ๊กไซส์” ที่นี่คัดมาเฉพาะ หนักเป็นกิโลฯ ขึ้นไป เปิบให้สะใจผมมีประสบการณ์กิน “กุ้งมังกร” สมัยเด็ก..สิบปีที่ผ่านมาไวไวเด็กเขาฉกรรจ์ได้กินแชบ๊วยก็ว่าอร่อยแล้วแต่มีคนไปเอากุ้งมังกรมาจากภูเก็ต คนบางปลาสร้อย (ก็ชื่อเดิมของเมืองชล) ก็เลยได้รู้ว่า…กุ้งอร่อยที่สุดในทะเลก็คือกุ้งมังกรนี่ล่ะครับพอโตใหญ่ ทำรายการ “ท้าพิสูจน์”เมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา ได้กินกุ้งมังกรอีกครั้งตอนไปถ่ายทำที่เกาะปันหยี เมืองกระบี่ ถึงได้รู้ถึงความอร่อยพิสดารมากกว่านั้นชาวเลที่นั่นกรีดเนื้อกุ้งมังกรเอามาใส่กับน้ำสไปท์ที่แช่เย็นเจี๊ยบ เผลอแผล็บเดียว กุ้งมังกรที่เป็นสีฟ้าอ่อน…อ่อน ผสมกับน้ำสไปท์หรือเซเว่นอัพก็ได้ กลายเป็นวุ้นเป็นเยลลี่ เทเข้าปากไหลลงคอหวานสนิทติดลิ้น…ชาวลาเขาว่ากินแล้ว ปึ๋ง…ปั๋ง!!

ส่วนเนื้อกุ้งหนา…หนา นุ่ม…นุ่ม เขาไปนึ่งจิ้มพริก มะนาว น้ำปลา กระเทียม อร่อยอย่างที่ป้าช้อยแกเคยตีสำนวนไว้ว่า…อร่อยไร้เทียมทาน…ประสบการณ์เรื่องกุ้งมังกรของผมยังมีตามประสาหลานแม่ช้อย
มีเพื่อนเป็นชาวญี่ปุ่นและก็ชอบกินกุ้งมังกรเหมือนกัน พวกก็แนะนำให้ผมกินแบบเนื้อดิบ…ดิบ แบบที่เรียกว่าซาซามิแร่เนื้อกุ้งมังกรบาง…บาง แช่น้ำแข็งให้เนื้อแข็งสดแบบปลาดิบ แล้วเอาตะเกียบจิ้มกับซีอิ๊วญี่ปุ่นผสมวาซาบิ หรือมัสตาร์ดเขียวของญี่ปุ่น คลุกเคล้ากันดีแล้วใส่ปาก ตามด้วยก้านกึ้นช่าย แล้วหัวไชเท้าซอยฝอย…ฝอย โอ๊ย!! อร่อยเหาะไปเลยละครับแต่เพื่อนฝรั่งบอกว่า ถ้าจะกินอร่อยแบบตะวันตกต้องเอาไปเผา เอาเนย เกลือ กระเทียมโรยหน้า แล้วอย่าลืมใส่ไวน์เติมลงไปด้วย โอมายก๊อดพระเจ้าจอร์ช กล้วยแขกทอดไปเลยครับ…