งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์”

งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์”

799588-01

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” งัดแผนกรกฏ 52 ดูแลมวลชน ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” ห่วงมือที่ 3 จ้องป่วน จ่อดำเนินคดีคนปลุกปั่น

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล/ตำรวจภูธรภาค1-7/ตำรวจสันติบาล /ตำรวจกองปราบปราม /ตำรวจสอบสวนกลาง /ตำรวจทางหลวง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ

ในวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่นัดพิพากษาตัดสินคดีดังกล่าวปลายเดือนสิงหาคมนี้

โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและจับตาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อขอให้มวลชนเดินทางมาให้กำลังใจในวันดังกล่าว ตลอดจนป้องกันกลุ่มมือที่สามที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เตรียมใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยวันพิจารณาตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยได้กำชับไปยังทุกพื้นที่ให้มีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของแกนนำและมวลชนในพื้นที่ต่างๆ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่ภาค 5 เริ่มมีแกนนำบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวจำนวน 1-2 คน ลักษณะเชิญชวนมวลชน โดยเตรียมพิจารณาดำเนินคดีตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น พร้อมกับชับให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เฝ้าระวังการใช้เทคโนโลยีในการเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชน

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าตำวจไม่มีการสกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาในวันดังกล่าว แต่จะอำนวยความสะดวกในด้านการจราจร และป้องกันการกระทำผิดกฏหมายหากพบมีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดคำสั่ง คสช.ก็จะดำเนินคดีทันที

ส่วนการเข้าไปพูดคุยกับแกนนำในพื้นที่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง ในส่วนของการใช้กำลังในการดูแลความปลอดภัยนั้น เบื้องต้นใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนของตำรวจนครบาลเป็นหลัก แต่หากประเมินแล้วไม่เพียงพอจะพิจารณาขอกำลังในพื้นที่อื่นมาเสริม

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความกังวลและเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 ที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ จึงได้เรียกประชุมเพื่อวางแผน

ใส่ความเห็น