โรคตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง

โรคตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง
โรคตาแดง (Conjunctivitis) นับได้ว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่หลาย ๆ คนต่างคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม หรือฤดูฝนที่โรคตาแดงมักระบาด จัดเป็นโรคระบาดที่สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลาย ๆ คนกังวลและหวาดกลัวกับโรคตาแดงนี้
สาเหตุของโรคตาแดง
– เกิดจากเชื้อไวรัส Viral Conjunctivitis ที่อยู่ในแหล่งน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา
– เกิดจากการติดเชื้อ S.epidermidis, S.aureus ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุตาอักเสบ
– เกิดจากการแพ้สิ่งต่างๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น การแพ้ควันบุหรี่, ยา, เกสรดอกไม้ หรือฝุ่น เป็นต้น
– สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
– เกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ
– เกิดจากการโดนแมลงวัน หรือแมลงหวี่ตอมบริเวณดวงตา
– การไม่ล้างทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและมือ

อาการของโรคตาแดง
– ในระยะแรกหลังได้รับเชื้อจะเริ่มเกิดอาการเคืองตา บริเวณตาขาวจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเรื่อๆ ขึ้น เนื่องจากบริเวณเยื่อบุตาขาวเกิดเลือดออก
– ขณะที่มีน้ำตาไหลออกมาจะรู้สึกเจ็บตา ร่วมกับมีขี้ตาสีเหลืองอ่อนๆ หรือเป็นเมือกใสจำนวนมาก
– โดยมากจะเกิดที่บริเวณดวงตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปสู่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
– รู้สึกเจ็บบริเวณต่อน้ำเหลืองหลังใบหูและเกิดอาการบวมขึ้น
– หากเกิดการอักเสบบริเวณดวงตาดำจะรู้สึกเคืองตามากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเป็นบาดแผลขึ้นที่บริเวณดวงตาดำชั่วคราว
– หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะตื่นนอนตอนเช้ามักจะลืมตาไม่ขึ้น เนื่องจากบริเวณเปลือกตามีขี้ตาจำนวนมากติดกันเป็นก้อน แต่จะไม่รุนแรงเท่าการติดเชื้อจากไวรัสวิธีการรักษาและป้องกันโรคตาแดง
– แพทย์จะทำการรักษาตามอาการโดยหากมีขี้ตาจำนวนมากก็จะให้หยอดยาปฏิชีวนะ หรือหากเป็นไข้ ก็จะให้ยาลดไข้
– ผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนดึก
– ช่วงเช้าหรือเที่ยงควรสวมแว่นตากันแดดป้องกันแสงที่จะเป็นอันตรายต่อดวงตา
– ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อย่างผ้าเช็ดหน้า, ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า เป็นต้น
– ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะขณะที่จะจับใบหน้าและดวงตา
– หลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตาบ่อยๆ
– ผู้ติดเชื้อควรงดการลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำสาธารณะ เนื่องจากเชื้อจะกระจายและติดต่อสู่ผู้อื่นได้
– การใช้ยาหยอดตา ก่อนใช้ควรล้างมือให้สะอาด และหากใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ทั้งนี้ ดวงตาจัดเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกายเลยก็ว่าได้ หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ ขึ้นกับดวงตา จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะหากไปช้าอาจไม่ทันการทำให้สูญเสียดวงตาคู่สวยไปได้ในที่สุดนั่นเอง

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีประโยชน์และสรรพคุณอย่างไร

น้ำมันมะพร้าว / น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีประโยชน์และสรรพคุณอย่างไร
สำหรับน้ำมันมะพร้าวนี้ในอดีตเรียกว่าเป็นน้ำมันพืชชนิดแรกๆ ที่ผู้คนนิยมนำมาประกอบอาหารรับประทานกันเลยก็ว่าได้ โดยในปัจจุบันผู้คนได้มีการนำน้ำมันมะพร้าวนี้มาใช้ประโยชน์กันมากมายโดยเฉพาะในด้านความสวยความงาม แต่ไม่ค่อยนิยมนำไปบริโภคกันเช่นแต่ก่อน เพราะเชื่อกันว่าในน้ำมันมะพร้าวนั้นมีกรดไขมันชนิดอิ่มตัวอยู่ค่อนข้างมากนั่นเอง แต่จะจริงหรือเท็จประการใด เราลองมาทำความรู้จักกับน้ำมันมะพร้าวนี้กันน้ำมันมะพร้าว/น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นคืออะไร?
โดยน้ำมันมะพร้าวนั้นเป็นน้ำมันที่ได้มาจากผลของมะพร้าวที่นำมาผ่านกระบวนการสกัดแยกน้ำมันออกจากเนื้อของผลมะพร้าวด้วยวิธีการที่เรียกว่าการสกัดเย็นโดยวิธีการทางธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูปทางเคมีเลย นั่นจึงทำให้น้ำมันมะพร้าวที่ได้ออกมาจึงเป็นน้ำมันบริสุทธิ์ที่ใสเหมือนกับหยดน้ำเลยทีเดียว และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกด้วย และนั่นจึงทำให้มีชื่อเรียกน้ำมันมะพร้าวที่หลากหลายออกไป ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือน้ำมันมะพร้าวบีบเย็น เป็นต้น
ซึ่งเหล่านี้ก็คือน้ำมันมะพร้าวเพียงแต่มาสกัดจากของเหลวให้มีสถานะเป็นของแข็งในรูปน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และหากนำมาใช้งานก็สามารถกลับคืนสู่สถานะของเหลวได้อย่างง่ายเพียงโดนความร้อนเล็กน้อยเท่านั้น โดยหากเป็นน้ำมันมะพร้าวที่ดีนั้นจะมีความใสบริสุทธิ์และไม่มีการตกตะกอนขึ้น รวมถึงกลิ่นนั้นต้องไม่เหม็นหืน หรือมีกลิ่นเปรี้ยว นอกจากนี้ต้องไม่หนืดหรือหนืดน้อย โดยเมื่อรับประทานต้องสามารถกลืนลงคอได้ง่าย และหากนำมาบำรุงผิวต้องซึมลงผิวได้ดี ไม่ทิ้งคราบมันไว้บนผิวประโยชน์และสรรพคุณของน้ำมันมะพร้าว/น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น
– ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดี ทำให้ร่างกายสามารถขับของเสียหรือสารพิษตกค้างออกมาได้ โดยเฉพาะในระยะแรกๆ ที่เริ่มรับประทานอาจมีอาการท้องเสียซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายมีการปรับตัว พร้อมกับบีบไล่ของเสียออกมา แต่หากรับประทานไปสักระยะแล้วยังมีอาการท้องเสียอยู่ ก็อาจเลี่ยงการรับประทาน เพราะอาจไม่เหมาะกับธาตุในร่างกายเรา
– สามารถนำมารับประทานได้ไม่ต้องกลัวความอ้วน เนื่องจากให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันประเภทอื่น แถมยังช่วยให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายดีขึ้นด้วย ไม่ทำให้ไขมันสะสมพอกพูนในร่างกาย รวมถึงเป็นไขมันดีไม่ก่อสารอนุมูลอิสระและไขมันทรานส์ขึ้นอีกด้วย เพียงแต่รับประทานในปริมาณที่พอดีไม่มากจนเกินไปก็ไม่ต้องกลัวอ้วนแล้วล่ะ
– ช่วยป้องกันโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไต, โรคตับ ฯลฯ ช่วยบำรุงกำลังทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ภายในร่างกาย
– ช่วยเสริมสร้างกระดูให้แข็งแรง ไม่หัก หรือเปราะง่าย
– ช่วยคลายเครียด และบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
– เหมาะสำหรับบรรดาคุณแม่ทั้งหลายที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ลูกน้อยในครรภ์ รวมทั้งตัวคุณแม่เองก็ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนอีกด้วย
– ช่วยป้องกันและลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ ได้ดี
– ช่วยป้องกันการเกิดอาการเหงือกบวม อักเสบ หรือเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงกลิ่นปาก และการติดเชื้อโรคในลำคอด้วย
นอกจากนี้ยังสามารถนำน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนี้มาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ หรือหมักผม, บำรุงเล็บ, ใช้เป็นลิปบาล์มทาริมฝีปาก ตลอดจนป้องกันรอยหมองคล้ำใต้ตา เป็นต้น เรียกว่านำมาใช้ได้สารพัดประโยชน์จริงๆ

น้ำมันเมล็ดชาคามิลเลีย โอลิเฟรา

น้ำมันเมล็ดชาคามิลเลีย โอลิเฟรา สุดยอดประโยชน์และสรรพคุณบำรุงร่างกายและความงาม
หากเอ่ยถึงเรื่องของความสวยความงาม แน่นอนว่าบรรดาคุณผู้หญิงทั้งหลายต่างก็อยากมีผิวพรรณที่สดใสเปล่งปลั่งดุจสาวแรกแย้มตลอดเวลา และทำทุกวิถีทางเพื่อคงความอ่อนเยาว์นั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือการใช้ครีมบำรุงผิวต่าง ๆ นานา ตลอดจนการเข้าสถานเสริมความงาม และโดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่าอยากสวยให้เริ่มจากภายใน นั่นก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายนั่นเอง และส่วนประกอบที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของการปรุงอาหารนั้นก็คือน้ำมัน ซึ่งจะดีแค่ไหนหากน้ำมันที่เรารับประทานเข้าไปช่วยบำรุงสุขภาพและเสริมความงามได้ดังเช่นน้ำมันเมล็ดชา วันนี้เรามีรายละเอียดพร้อมประโยชน์และสรรพคุณของน้ำมันเมล็ดชามาฝากกัน
น้ำมันเมล็ดชาคืออะไร?
น้ำมันเมล็ดชา คือ น้ำมันที่ได้จากการสกัดของต้นชาคามิลเลีย โอลิเฟรา (Camellia Oleifera) โดยมีแหล่งกำเนิดมาจากทางตอนเหนือของประเทศจีน ซึ่งชาวจีนในสมัยโบราณมักนำน้ำมันจากเมล็ดชานี้มาบำรุงเส้นผม และผิวพรรณกันเป็นประจำ เราจึงเห็นสาวจีนที่มักมีผิวพรรณดี และเส้นผมที่ดกดำเงางาม นอกจากนี้ชาวหูหนานยังมีการนำน้ำมันเมล็ดชานี้มาใช้เป็นเวลานานถึงกว่าพันปีเลยทีเดียวซึ่งภายในน้ำมันเมล็ดชานี้ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวและมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถทำการสังเคราะห์ขึ้นใช้ได้เอง โดยมีทั้งวิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินอี, วิตามินดี, โอเมก้า 3, โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 ที่สำคัญคือเป็นน้ำมันที่ไม่มีกรดไขมันทรานส์อยู่ จึงดีต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่ง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งทอด, ผัด, หมัก หรือจะนำมาปรุงเป็นน้ำสลัดก็ได้ รวมทั้งสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง, แชมพู, ครีมนวดผม หรือโลชั่นต่าง ๆ ได้อีกด้วย
ประโยชน์และสรรพคุณของน้ำมันเมล็ดชาคามิลเลีย โอลิเฟรา
– ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย
– ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
– ลดอัตราเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
– ช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่างๆ
– ช่วยบำรุงผิวพรรณให้แข็งแรง ชุ่มชื้น สดใส เปล่งปลั่ง และดูอ่อนเยาว์
– ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่ม และมีสุขภาพดี

นอกจากนี้ น้ำมันเมล็ดชานี้ยังดีต่อสตรีมีครรภ์และผู้สูงอายุอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นน้ำมันที่มีประโยชน์หลากหลายทั้งต่อสุขภาพร่างกายและผิวพรรณอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าน้ำมันชนิดนี้จะยิ่งได้รับความนิยมและแพร่หลายจนคุ้นหูกันมากขึ้นอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

เมล็ดแฟลกซ์ ประโยชน์และสรรพคุณดีๆของเมล็ดแฟลกซ์

เมล็ดแฟลกซ์คืออะไร?
เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) เป็นเมล็ดจากต้นลินินที่มีมายาวนานตั้งแต่เมื่อราวสามพันปีก่อนเลยทีเดียว โดยเมล็ดธัญพืชชนิดนี้จะมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับเมล็ดงา แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า เมื่อนำมารับประทานมักนิยมนำมาบดก่อน เพื่อให้ร่างกายเราสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีมากกว่าการรับประทานทั้งเมล็ดนั่นเองประโยชน์ของเมล็ดแฟลกซ์มีอะไรบ้าง?
– ช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง เพียงรับประทานให้ได้ในปริมาณ 100 กรัมของทุกวัน ร่วมกับการหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
– ช่วยป้องกันและแก้อาการจากโรคซึมเศร้าได้ดี เนื่องจากมีสารที่มีความสำคัญในการปรับสมดุลของร่างกายอย่าง EPA และ DHA อยู่นั่นเอง
– ช่วยป้องกันการมีบุตรยาก เนื่องจากมีสารที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และช่วยให้สเปิร์มในผู้ชายแข็งแรง ทำให้สามารถมีลูกได้ง่ายนั่นเอง
– ช่วยบำรุงเส้นผมและเล็บให้แข็งแรง ไม่เปราะบางหรือแตกหักง่าย เนื่องจากมีกรดโอเมก้า 3
– ดีต่อระบบขับถ่าย เนื่องจากมีกากใยอาหารหรือไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำอยู่สูง ไม่เสี่ยงต่อโรคในลำไส้ หรือภาวะท้องผูก และโรคริดสีดวงทวาร
– มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูง ช่วยให้ผิวพรรณดี และป้องกันโรคต่างๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
– ช่วยป้องกันภาวะวัยทองในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน โดยมีสารที่เรียกได้ว่าเป็นฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดประจำเดือน ทำให้ไม่เกิดอารมณ์แปรปรวนง่าย
– ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้ เนื่องจากมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้เข้าไปช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดี
– ช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงได้ดี เนื่องจากมีทั้งไขมันโอเมก้า 3 และกรดอัลฟาไลโปอิก
– ช่วยป้องกันโรคมะเร็งร้ายต่างๆ ที่มักแอบย่องเข้ามาคร่าชีวิตเราได้ง่ายๆ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงนั่นเอง
ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมล็ดแฟลกซ์นั้นอุดมด้วยประโยชน์และคุณค่าที่ดีต่อร่างกายอย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป เพราะหากรับประทานมากเกินไปอาจก่อให้เกิดโทษแก่ร่างกายได้มากกว่าเกิดผลดี นอกจากนี้ ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ รวมทั้งผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ ลำไส้อุดตัน หรือผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานเมล็ดธัญพืชชนิดนี้ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้นั่นเอง

5 ตัวช่วยที่ทำให้เราอยากอ่านหนังสือมากขึ้น

Closeup woman hand  holding pocket book to read.
Closeup woman hand holding pocket book to read.

เวลาจะอ่านหนังสือสอบ หรืออ่านหนังสือล่วงหน้าก่อนเข้าเรียนก็เถอะ บางทีก็รู้สึกว่าไม่มีเรี่ยวแรงที่อยากจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเลย TT แต่จะไม่อ่านก็ไม่ได้ Sanook! Campus เลยมีเคล็ดลับแต่ไม่ลับมาแนะนำที่อาจจะทำให้น้องๆ รู้สึกอยากหยิบหนังสือมาอ่านกัน

1.ประโยคเด็ดๆ ที่สร้างแรงกระตุ้นให้เราพร้อมสู้ทุกสถานการณ์ อาจจะเป็นประโยคที่เราชอบและรู้สึกว่าต้องทำให้ได้ สิ่งนี้ก็อาจจะช่วยให้เราหันมาสนใจหยิบหนังสือมาอ่านกัน^^
2.สิ่งแวดล้อมรอบข้าง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน อาจจะลองเปลี่ยนบรรยากาศหามุมธรรมชาติสีเขียวๆ หรือระเบียงบ้านที่มีมุมสวยๆ อาจจะช่วยให้น้องๆ อ่านหนังสือกันเพลินจนลืมเวลาเลยก็ได้

3. อ่านหนังสือกับเพื่อนๆ หลายคนย่อมดีกว่าคนเดียว หลายๆ คนช่วยกันติวช่วยกันอ่าน บางทีเราอาจจะได้มุมมองในการอ่านหนังสือใหม่ๆ จากเพื่อนๆที่อยู่ข้างๆ เราก็เป็นได้นะ
4.ให้หนังสืออยู่ข้างๆ ตัวเราเสมอๆ อย่างน้อยต้องมีติดตัวเราสักเล่ม วิธีนี้จะช่วยทำให้เคยชินกับการหยิบจับหนังสือขึ้นมาอ่าน ทำบ่อยๆ เดี๋ยวการไม่อยากอ่านหนังสือก็กลายเป็นเรื่องไม่ยากล่ะ

5.ตารางการอ่านหนังสือ ทำตารางขึ้นมาคล้ายๆๆกับการโน้ตสิ่งสำคัญ เป็นการกำหนดช่วงเวลาที่จะมาอ่านหนังสือ จัดสรรเวลาให้ลงตัว จะได้มีเวลาผ่อนคลายหลังจากอ่านหนังสือจะได้ไม่เครียดเกินไป

ถ้าน้องๆ ทำได้รับรองเป็นหนอนหนังสือที่พกความรู้เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะสอบหรือทำการบ้านข้อไหนก็ผ่านไปได้อย่างง่ายดายแน่นอน ถ้าเริ่มฝึกตัวเองให้อ่านหนังสือเยอะๆ ได้ก็เป็นผลที่ดีกับตัวน้องๆ เองในวันข้างหน้านะครับ^^

ทําไมประเทศญี่ปุ่นถึงเกิดเหตุแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง?.

japan-earthquake-300x200การเกิดแผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะว่าเรานั้นอาศัยอยู่บนแผนเปลือกโลกที่สามารถเคลื่อนตัวได้ตลอดเวลา ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวก็สามารถที่จะเกิดได้ตลอดเวลาด้วยเช่นเดียวกัน แผ่นเปลือกโลกสามารถขยับได้ทุกเมื่อ ขยับแรงมากหรือไม่นั้นก็อยู่ที่ตัวเราเองจะสามารถรู้สึกได้ ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้กระทั่งในประเทศไทยเราก็เกิดขึ้นมาแล้ว แต่อาจจะไม่รุนแรงเท่ากับประเทศหนึ่งคือ “ประเทศญี่ปุ่น”

ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวได้บ่อยมาก ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นั่นไปแล้ว เกิดได้ทั้งการสั่นไหวแบบเบาๆ และข่าวล่าสุดที่มีแผ่นดินไหวจนเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง นอกจากนั้นก็ยังมีการสั่นสะเทือนตามมาอีกหลายต่อหลายครั้ง ที่ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวได้แทบทุกวัน บางครั้งก็มีการสั่นไหวแบบที่สามารถรู้สึกได้แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก

– ภูมิประเทศของประเทศญี่ปุ่นนั้นอาศัยอยู่บนพื้นที่ที่มีการเกิดภูเขาไฟระเบิดได้บ่อยครั้ง ทำให้เกิดการสั่นไหวและเกิดการสั่นสะเทือนได้อย่างรุนแรง จึงมีการเกิดแผ่นดินไหวได้มากครั้งที่สุด

– ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกมากกว่าประเทศอื่น ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีรอยเลื่อนหรือรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกอยู่มาก เพราะมีแผ่นเปลือกโลกที่ต่อกันอยู่ 4 แผ่น รอยต่อของแผ่นเปลือกโลกนั้นสามารถขยับได้อยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมที่ประเทศญี่ปุ่นถึงได้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวบ่อยนัก

รอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่ญี่ปุ่น สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และยิ่งมีมากโอกาสจะเกิดก็บ่อยขึ้น เราจึงจะได้ทราบข่าวกันบ่อยๆ ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีแผ่นดินไหวบ่อย ความรุนแรงก็มีทุกระดับที่เกิดขึ้น ที่ประเทศญี่ปุ่นจึงมีการป้องกันตัวเองและหนทางปฏิบัติตัวเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาตินี้อยู่ตลอดเวลา จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว มีการรักษาความปลอดภัย และคนในบ้านเมืองต่างก็รู้จักวิธีการที่จะทำให้ตัวเองนั้นปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว แต่ถ้ารุนแรงอย่างคราวที่เกิดสึนามิที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างมากมายก็ยากนักที่จะรับมือกับภัยพิบัติที่ธรรมชาติสร้างขึ้นได้

ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามที่เกิดแผ่นดินไหว ไม่ควรจะอยู่ในที่สูง ควรหาที่หลบที่ปลอดภัยมากที่สุด และตั้งสติให้ได้มากที่สุด ซึ่งแทบทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม จะมีการเตือนภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติเกิดขึ้น ไม่ว่าภัยธรรมชาติจะรุนแรงและลงโทษมนุษย์อย่างเรามากเพียงใด เชื่อว่าเมื่อพ้นเหตุการณ์ร้ายๆ นี้ไปแล้ว มนุษย์เราทุกคนพร้อมที่จะให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือกับทุกอย่างที่พังทลาย และไว้อาลัยกับทุกชีวิตที่เสียไป

หัวใส! มธ.แก้ปัญหานศ.ใช้รถส่วนตัวด้วย “รถไฟฟ้า” ที่แรกของมหาวิทยาลัยไทย

3

จากปัญหาสิ่งแวดล้อม และการใช้รถยนต์ส่วนตัวของนักศึกษาภายในสถาบัน และเพื่อสนอง SMART CITY มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัวรถบัสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Bus) และรถบัสพลังงานไฟฟ้า (EV) โดยถือเป็นมหาวิทยาลัยไทยแห่งแรกที่มีการใช้รถบัสประเภทนี้

โดยภายในมหาวิทยาลัยจะมีการให้บริการรถบัสไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 30 ที่นั่งจำนวน 1 คัน และรถบัสไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าจำนวน 5 คัน ซึ่งอนาคตวางแผนที่จะเปลี่ยนรถให้บริการภายในมหาวิทยาลัยและระหว่างศูนย์ต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าและพลังไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ทั้งหมด
รถบัสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ( Solar Bus )จำนวน 1 คัน ที่นำมาใช้ให้บริการ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 800 คน ต่อวัน หรือ 292,000 คน/ปี และรถบัสพลังงานไฟฟ้า( EV ) 5 คันรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมดประมาณ 4,000 คนต่อวันหรือ 1,460,000 คน/ปี มีการให้บริการ 1 สาย ระยะทางไปกลับ 10 กิโลเมตร ซึ่งใน 1 ปีจะทดแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวและรถจักรยานยนต์ของนักศึกษา , ลดการใช้เชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ เป็นจำนวนมาก

8 เคล็ดลับ วิธีจำกัดมด ไล่มดแบบธรรมชาติและพิฆาตยกรัง

ant_1492267812-300x199“มด” ศัตรูตัวเล็กๆที่นอกจากกัดเจ็บแล้วยังก่อความยุ่งยากทำให้ต้องคอยระมัดระวังไม่ให้มดเข้าไปกัดกินหรือเข้าไปอยู่ในอาหาร ไล่ก็ไม่ไป กำจัดมดยังไงก็ไม่หมดสักที มด เมื่อเปรียบกับสัตว์ตัวเล็กๆหรือแมลงชนิดอื่นๆอาจมีอันตรายหรือก่อให้เกิดโรคต่างๆได้น้อยกว่า แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญหรือทำให้ยุ่งยากและก่อให้เกิดความเสียหายได้มากกว่า เช่น มดที่อยู่ในอาหาร ในน้ำตาล ในเครื่องดื่ม หรืออยู่ในอาหารสำเร็จรูปต่างๆ

วิธีไล่และกําจัดมด

วิธีไล่และกำจัดมดทำได้หลายวิธี คล้ายๆกับการกำจัดแมลงชนิดอื่นๆ แต่มดสร้างความเสียหายให้มากกว่าเพราะมีจำนวนมาก สำหรับวิธีไล่และกำจัดทำได้ง่ายๆ ดังนี้
ชอล์กขีดมด

เป็นวิธีไล่มดที่ทำได้ง่ายๆเพียงใช้ชอล์กขีดรอบๆขาโต๊ะที่ใช้สำหรับเก็บอาหาร ขนม เครื่องดื่ม หรืออาหารว่างที่เป็นอาหารของมดได้ เพราะส่วนผสมของชอล์กประเภทปูนขาวและอื่นๆ อาจมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างทำให้มดเกิดอาการระคายเคืองได้
ป้องกันมดด้วยน้ำ

โดยการเทน้ำใส่จานรองหรือภาชนะอื่นแล้วนำไปวางรองขาโต๊ะอาหาร หรือรองขาตู้ใส่กับข้าว วิธีนี้ทำได้ง่ายๆ สามารถป้องกันและไล่มดอย่างได้ผลโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย
เปลือกไข่ไล่มด

ไข่เป็นเมนูอาหารประจำบ้านของทุกคนอยู่แล้ว เปลือกไข่อย่าทิ้งแต่ให้รวมไว้ เมื่อมีมดรบกวนให้นำมาเผาไฟไล่มดได้ เพราะเปลือกไข่เมื่อถูกเผาไฟจะมีกลิ่นเหม็น ขั้นตอนง่ายๆเพียงนำเปลือกไข่เผาไฟพอมีกลิ่นไหม้ จากนั้นมดละเอียดแล้วนำไปโรยบริเวณที่มีมดหรือใกล้ๆรังมดช่วยไล่และกำจัดมดได้อย่างเห็นผล
สบู่เหลวไล่มด

ใช้สบู่เหลวผสมน้ำเปล่าให้เจือจางเล็กน้อย แล้วนำไปฉีดบริเวณโต๊ะอาหาร หรือบริเวณที่มีกลิ่นอาหารของมดทิ้งไว้สัก 3-5 นาที จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด กลิ่นของสบู่เหลวจะติดอยู่ตามโต๊ะนอกจากมีกลิ่นเหม็นที่มดไม่ชอบแล้ว ยังทำให้มดเกิดการระคายเคืองช่วยป้องกันไม่ให้มารบกวนอาหารหรือสิ่งของต่างๆได้
ใช้ยาฉีดมด

ยาฉีดมดจะช่วยกำจัดมดในรังหรือบริเวณที่มีมดรบกวนเป็นจำนวนมากๆ ได้อย่างเห็นผล
อุปกรณ์ใกล้ตัว

ใช้สิ่งของที่มีอยู่ในบ้านช่วยไล่และกำจัดมด เช่น ใช้แป้งฝุ่นตรางูโรยบริเวณพื้นที่มีมด ใช้น้ำหน่อไม้ดองหรือน้ำล้างหน่อไม้ดองเทราดบริเวณรังมดหรือบริเวณที่มีมดอยู่มากๆช่วยขับไล่มดได้
น้ำส้มควันไม้

เติมน้ำส้มควันไม้ 2-3 หยด ลงในถังน้ำที่ใช้ถูบ้าน กลิ่นและฤทธิ์ของน้ำส้มควันไม้จะช่วยขับไล่มด ไม่ให้เข้ามาในบริเวณที่ถูได้
ซันเจี่ยกำจัดมด

อันนี้ไม่ได้โฆษณานะ แต่ใช้แล้วดีจริงๆ จึงมาบอกต่อ จัดการโรยซันเซี่ยตามจุดทางเดินของมดเพื่อล่อให้มดมากินและขนกลับรัง ฤทธิ์ของซันเจี่ยจะทำให้มดตายยกรังได้เลยทีเดียว

การไล่หรือกำจัดมดที่ได้ผลดีที่สุดก็คือการกำจัดรังมดที่อยู่ภายในบริเวณบ้านให้หมดไป รวมถึงการทำความสะอาดไม่มีให้กลิ่นอาหารหรือกลิ่นคาวที่มดชื่นชอบ ก็สามารถป้องกันการรบกวนของมดตัวเล็กๆได้แล้ว

เด็กขอนแก่นเก่งสอบโอเนตได้ 100 คะแนนเต็มในรายวิชาคณิตศาสตร์ เตรียมมอบใบประกาศเกียรติคุณคนดีศรีขอนแก่น

2นายยุทธศาสตร์ กงเพชร ผอ.รร.ขอนแก่นวิทยายน ร่วมมอบช่อดอกไม้และแสดงความยินดีให้กับนักเรียนที่มีคะแนนสอบระดับชาติ หรือ O-NET ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2559 โดยมีนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุด 100 คะแนนเต็ม ในวิชาคณิตศาสตร์ ในปีการศึกษาดังกล่าวนี้ทั้งหมด 4 คน รวมทั้งการร่วมชื่นชมยินดีกับนักเรียนที่ประสบผลสำเร็จทางการศึกษาและสามารถสอบคัดเลือกเข้ารับการศึกษา ในระดับสถาบันอุดมศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก นายยุทธศาสตร์ กล่าวว่า ทางจังหวัดเตรียมมอบใบประกาศเกียรติคุณคนดีศรีขอนแก่นให้กับนักเรียนที่สอบได้คะแนนโอเนต เต็ม 100 คะแนน เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติ จากผลการเรียนและความสำเร็จที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามในปีการศึกษา 2560 ได้มีการปรับแผนการเรียนการสอนที่เน้นตามความต้องการของผู้เรียน โดยเฉพาะกับการเปิดห้องเรียนพิเศษในกลุ่มสาระตามความถนัดด้านวิชาชีพ ซึ่งพบว่า แพทย์,วิศวกร,นักบินและครู ยังคงเป็นวิชาชีพที่นักเรียนให้ความสนใจ เข้ารับการศึกษามากที่สุด

9 วิธีลบรอยสักแบบง่ายๆด้วยตัวเอง สักแล้วไม่ถูกใจ แก้ได้ไม่ยาก.

tattoo_1492278725-300x200แม้ว่าการสักลายสวยๆ จะได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นการสักแบบขาว-ดำ หรือสักแบบสี บางคนสักเพราะความชอบจึงสักเพื่อความสวยงาม แต่บางคนกลับชอบให้มีรอยสักตามตัวเพราะความเชื่อเรื่องหนังเหนียวหรือฟันแทงไม่เข้า สาวรักสาวหลง อยู่ยงคงกระพัน ฯลฯ  ปัจจุบันการมีรอยสักอาจจะมีข้อเสียแฝงอยู่ด้วย โดยเฉพาะตามบริษัทใหญ่ๆ ที่มักจะเข้มงวดในเรื่องนี้ ทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่มีรอยสักหลายๆ คน เข้าทำงานไม่ได้ บางคนมีรอยสักมากเกินไป ทำให้พ่อแม่ของแฟนอาจไม่ชอบจนถึงขนาดบอกให้เลิกคบกันไปเลยก็มี นั่นอาจเป็นเพราะค่านิยมแบบเดิมๆ ของคนรุ่นเก่า หรือแม้แต่บางคนที่ไปสักลายสวยๆ แต่กลับเจอช่างที่สักลายออกมาแล้วมีความผิดพลาด เลยทำให้อยากจะหาลายใหม่ๆ มาสักทับ แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตามเรามาดูวิธีลบรอยสักที่ได้รับความนิยมกันดีกว่า

วิธีลบรอยสัก
ลบรอยสักด้วยยางเม็ดมะม่วงหิมพานต์

การใช้ยางของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นวิธียอดนิยมมากในสมัยก่อน เพียงแค่นำยางของเม็ดมะม่วงฯ มาทาที่บริเวณรอยสัก ซึ่งยางของเม็ดมะม่วงจะทำให้ผิวหนังหลุดลอกออกมา เพราะยางของเม็ดมะม่วงฯ จะทำให้รอยสักเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนจนทำให้ผิวหนังค่อยๆ ร่อนหลุดมาได้ แต่อย่าลืมว่าจะต้องล้างแผลทุกวัน
ลบรอยสักด้วยปูนแดง

อีกหนึ่งวิธีของความแสบจี๊ดๆ ที่ทั้งใช้ปูนแดงล้วนๆ หรือจะนำปูนแดงมาผสมกับน้ำสบู่ หรือ น้ำมะนาว ตามแต่ว่าจะเลือก แสบแบบไหน  บางคนต้องการให้รอยสักหายเร็วๆ จึงใช้วิธีเปิดแผลด้วยการใช้เข็มจิ้มที่รอยสัก  แล้วจึงใช้น้ำจากปูนแดงที่เตรียมไว้ค่อยๆ ทาพอกเข้าไป บางคนใช้ด่างทับทิม ซึ่งตัวนี้จะมีความเป็นกรดสูงมาก หากไม่รู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง อาจทำให้กลายเป็นรอยแผลเป็นจากการไหม้ได้
ลบรอยสักด้วยด่างทับทิม

วิธีนี้จะเหมือนกับปูนแดง โดยใช้เข็มจิ้มเพื่อเปิดแผลที่รอยสักก่อน แล้วใช้น้ำด่างทับทิมทาพอก
ลบรอยสักด้วยเตารีด

วิธีนี้จะต้องใช้ความอดทนสูงมาก เนื่องจากจะเป็นการนำเตารีดที่ใช้รีดผ้าขณะร้อนๆ มาแตะที่ผิวหนังบริเวณที่มีรอบสัก เพื่อให้ผิวหนังเป็นตุ่มพอง เมื่อเวลาผ่านไปผิวหนังบริเวณนั้นจะค่อยๆลอกออกมาเป็นแผ่น หลังจากนี้ต้องดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้รอยกลายเป็นแผลเป็น
ลบรอยสักด้วยหญ้ากระดูกอึ่ง

เป็นการนำยางของหญ้ากระดูกอึ่งมาใช้ในการลบรอย โดยกรีดยางหรือบีบให้ยางสีขาวไหลออกมา จากนั้นจึงนำยางมาทาที่รอยสัก ใช้เข็มสักมาสักที่บริเวณนั้นซ้ำ เพื่อให้ยางซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังภายใน แล้วพักไว้ประมาณหนึ่งวัน รอยสักจะจางลง
ลบรอยสักด้วยยางมะละกอ

วิธีเหมาะกับรอยสักที่ไม่ลึกมาก โดยนำยางจากก้านมะละกอมาทาบริเวณรอยสัก แล้วใช้เข็มสักสักทับรอยเดิม ยางมะละกอจะทำให้ผิวหนังอ่อนตัวลง และหลุดลอกเป็นแผ่น
สักทับรอยเก่า

เป็นการกลบรอยสักเดิม ด้วยการสักทับลงไป โดยเลือกสีที่สักเป็นสีใกล้เคียงกับสีของผิวหนังปกติ วิธีนี้จะช่วยให้ดูกลมกลืนขึ้น
ลบรอยสักด้วยครีมลบรอยสัก

หลายคนที่กำลังคิดหาวิธีลบรอยสัก มักจะคิดว่าการลบรอยสักนั้น อาจจะเจ็บกว่าการสักลายด้วยซ้ำ ซึ่งความจริงแล้วการหาวิธีมาลบรอยสักด้วยการใช้ครีมลบรอยสักนี้ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  เพราะไม่มีใครอยากเจ็บตัว เพียงแค่ใช้ครีมทาบริเวณรอยสักทุกๆ วัน และรอจนกว่ารอยสักจะจางลงและหายไป นับเป็นวิธีนี้เจ็บตัวน้อยสุด แต่อาจจะต้องใช้เงินพอสมควร
ลบรอยสักด้วยเลเซอร์

การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน แค่คุณมีเงินก็สามารถเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อลบรอยสักด้วยเลเซอร์ได้แล้ว ซึ่งเป็นการใช้เลเซอร์ยิงบริเวณรอยสัก เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณที่สักซึ่งเป็นลายต่างๆ หลุดลอกออกมา วิธีนี้จะมีความสะดวก รวดเร็ว แม้ราคาอาจจะสูงกว่าวิธีอื่นๆ แต่ก็เห็นผลอย่างชัดเจนและรวดเร็ว ที่สำคัญรอยแผลเป็นที่มาจากการรักษาเลเซอร์ อาจจะไม่มีหรือมีน้อยมาก สถานที่ลบรอยสักที่คนนิยม เช่น โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลรามาธิบดี, สถาบันโรคผิวหนัง
วิธีลบรอยสักคิ้ว ทำอย่างไร?

สำหรับผู้ที่ไปสักคิ้วถาวรมา ทั้งสักคิ้ว 3 มิติ หรือ 6 มิติ แล้วรู้สึกว่าผลงานที่ได้ ไม่ถูกใจเอาเสียเลย วิธีที่แนะนำก็คือ

เลเซอร์ลบรอยสัก เป็นการยิงเลเซอร์เพื่อลบรอยสักส่วนที่ไม่ต้องการออก หากสีคิ้วเข้ม อาจต้องยิงซ้ำหลายๆครั้ง วิธีนี้จะทำได้หลังจากสักคิ้วไปแล้ว 1-2 เดือน
สักทับกลบรอย วิธีนี้จะต้องใช้ข่างที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ ทำการสักทับคิ้วในส่วนที่ไม่ต้องการ โดยใช้สีเนื้อหรือสีใกล้เคียงเพื่อปิดทับรอยสักเดิม เหมาะสำหรับใช้แก้รอยสักในจุดเล็กๆ

ปัจจัยหนึ่งของการลบรอยสักจะยากหรือง่าย ขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างที่สักด้วย หากช่างมืออาชีพอาจสักผิวหนังเข้าไปลึกมากกว่าช่างมือสมัครเล่น ทำให้รอยสักติดทนทาน การลบออกจึงต้องลบให้ถึงผิวชั้นใน ซึ่งต้องใช้เวลาและความอดทนมากเลยทีเดียว

หากเพื่อนๆได้อ่านบทความนี้แล้วจะเห็นได้ว่า การลบรอยสักนั้นไม่ง่ายเลย แต่ละวิธีก็ดูเจ็บปวดซะเหลือเกิน แถมลบได้ ยังต้องมาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็นตามมา ถ้าตอนนี้เพื่อนๆยังไม่ได้สัก ก็ลองตัดสินใจให้ดีก่อนนะครับ แต่ถ้าสักไปแล้วเกิดไม่ชอบใจก็ลองนำวิธีดังกล่าวไปใช้เพื่อลบรอยสักกันดูครับ

Holiday Palace คาสิโนบาคาร่าออนไลน์ ให้บริการเกมส์คาสิโนยอดนิยมอย่าง ไพ่บาคาร่าและรูเล็ตออนไลน์ บริการท่านทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง